แฮนเดอร์สัน ขอร้องอย่าใช้คำว่ามีโชคกับผลงานของลิเวอร์พูลซีซั่นนี้

แฮนเดอร์สัน

ในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ตายยากอันดับหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่เพราะพวกเค้ายังไม่ปราชัยในลีก แต่ทัพหงส์แดงมักจะได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมอยู่บ่อยครั้ง จนนำพาให้พวกเค้าครองตำแหน่งจ่าฝูงอย่างสบายใจด้วยการมีคะแนนเหนือรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ถึง8แต้ม ซึ่งจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ออกมายอมรับว่าผลงานอันสวยหรูนี้ไม่ได้เพราะโชคช่วย แต่เป็นผลพวงจากการทำงานหนักของนักเตะลิเวอร์พูลทุกคน

“ ซีซั่นก่อนพวกเราทำงานกันหนักมาก สิ่งที่ได้กลับมาคือความมั่นใจที่มากขึ้น เราพลิกกลับมาเอาชนะบาซ่าได้อย่างเหลือเชื่อ แล้วเราได้ฉลองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เรากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม มันสะท้อนผ่านผลการแข่งขันในทุกๆสัปดาห์ ทีมตรงข้ามล้วนอยากเอาชนะเรา มันจึงไม่เคยเป็นเกมที่ง่ายแต่ลิเวอร์พูลก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเรื่อยมา มันเป็นสิ่งที่เราควรได้รับ ” เฮนเดอร์สันกล่าวอย่างปลื้มใจ

ในขณะที่นักวิจารณ์บางรายระบุว่าลิเวอร์พูลมีโชคที่สามารถกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้ในหลายๆครั้ง ซึ่งกัปตันทีมหงส์แดงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ “ มีคนบอกว่าทีมเรามีโชค ผมไม่เถียงนะว่าลิเวอร์พูลมีโชค แต่โชคไม่สามารถช่วยคุณคว้าสามแต้มได้ทุกสัปดาห์หรอก  การที่เราชนะมาแล้วถึง12นัดแล้วนั่นพิสูจน์ได้อย่างดีว่าลิเวอร์พูลไม่ได้พึ่งพาโชค เราสร้างความสำเร็จจากความตั้งใจและทุ่มเทของเราเอง ”

แฮนเดอร์สัน ชี้แข้งหงส์หัวใจแกร่งส่งผลให้ทีมเก็บชัยต่อเนื่อง

จากชัยชนะ12นัดในปีนี้ลิเวอร์พูลยิงประตูในช่วงท้ายเกม(หลังจากนาที80)ได้ถึง4ลูก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แม้แต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือตราเรือใบ(คู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก)ยังต้องยอมยกนิ้วให้ “ บางเกมเราเสี่ยงต่อการจบเกมด้วยการได้ผลเสมอ บางเกมเรามีโอกาสลงเอยด้วยการไม่มีแต้ม แต่ความกังวลไม่มีในหัวพวกเราเลย นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนจำฝังหัวว่าเรายังไม่แพ้ตราบเท่าที่ยังมีเวลา เราต้องเดินหน้าสู้ต่อไป มันคือทัศนคติของที่เจอร์เกน คล็อปป์ปลูกฝังให้กับเรา  ”

อดีตมิดฟิลด์ซันเดอร์แลนด์ยังชื่นชมกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์ที่ทำให้สไตล์เกมฟุตบอลของลิเวอร์พูลเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ “่ แนวทางการเล่นของเจอร์เกน คล็อปป์ คือคุณต้องก้าวไปข้างหน้า เค้ากล้าเสี่ยง นั่นทำให้ลิเวอร์พูลมีคาแรกเตอร์แบบนักสู้ ไม่ใช่แค่นักเตะหรอกที่ชอบมัน แต่แฟนบอลของเราก็มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไปด้วย ”

ปีศาจเเดง มีหนาวขนาดเป๊ปยังบอกไม่ง่ายที่จะหยุดหงส์เเดง

ปีศาจเเดง

ถ้าเทียบฟอร์มปัจจุบันระหว่างแมนยูฯกับลิเวอร์พูล ก็ต้องบอกว่าฝากปีศาจแดงคงมีส่วนเกรงฝีเท้าของหงส์แดงอยู่พอสมควร หลังจากผลงานล่าสุดคู่ปรับตลอดกาลชนะรวดในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว8เกมจนถึงขนาดเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนซิตี้แชมป์เก่าเองก็ยังออกปากว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหยุดความร้อนแรงของลิเวอร์พูล นั่นทำให้โปรแกรมนัดต่อไปที่แมนยูฯจะได้เปิดโอลด์แทร็ฟฟอร์ดต้อนรับอาคันตุกะรายนี้พวกเค้ากำลังลุ้นอย่างหนักว่าโมฮัมเหม็ด ซาล่าตัวตัวรุกของลิเวอร์พูลจะมีชื่อลงสนามหรือไม่หลังจากที่เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนโดนเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมกับเลสเตอร์

ปีศาจเเดง สะดุ้งซาล่าฟิตทันแดงเดือดแม้เจ็บเกมล่าสุดกับจิ้งจอก

อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่าซาล่ามีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเพียงเล็กน้อยแต่น่าจะฟิตกลับมาทันศึกแดงเดือดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน แม้ในแม็ตซ์ล่าสุดปีกชาวอียิปต์จะโดนฮัมซ่า ชูดูรี่ทำฟาวส์จนต้องเดินกระเพกออกจากสนามในช่วงท้ายเกม จนกลายเป็นโอกาสให้เจมส์ มิลเนอร์มีชื่อทำประตูชัยจากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแทนที่(ถ้าซาล่ายังอยู่น่าจะได้รับโอกาสยิงจุดโทษเอง)

คล็อปป์ อัดชูดูรี่น่าจะพัฒนาทักษะให้มากกว่าการไล่เตะนักบอล

     แม้ลูกรักอย่าง โม ซาล่า จะไม่ได้เจ็บหนักอะไร ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ก็ยังได้ออกมากล่าวตำหนิฮัมซ่า ชูดูรี่มิดฟิลด์ตัวตัดเกมของเลสเตอร์ว่ามีเจตนาทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ “ มันเป็นจังหวะตัดเกมที่อันตรายมาก ผมไม่ได้โลกสวย ฟุตบอลเป็นเกมของการเข้าปะทะ แต่มันเส้นบางๆคั่นกลางระหว่างการตัดเกม กับการหักข้อเท้านักฟุตบอลด้วยกัน ผมว่าเคสนี้มันเป็นการฟาวส์ที่รุนแรงเกินจำเป็น ซาล่ามีโอกาสเจ็บหนักได้เลย ”

“ เค้า(ชูดูรี่)อายุยังน้อยมีโอกาสพัฒนาอีกมาก แต่มันควรเป็นการพัฒนาด้านอื่นๆซึ่งทัศนคติที่เค้าแสดงออกในจังหวะที่เราพูดถึงนั้นมันแตกต่างเหลือเกิน ดูเหมือนเค้าจะมุ่งมั่นแต่การทำลายเกมฟุตบอลเพียงเท่านั้น มันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ” อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมีอารมณ์

อย่างไรก็ตามช่วงท้ายเกมฮัมซ่า ชูดูรี่ได้ถูกแฟนบอลโห่ไล่อย่างหนักและมีบางส่วนได้ตะโกนเหยียดผิวอีกด้วย ซึ่งทางเลสเตอร์ซิตี้ต้นสังกัดก็ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว โดยการแสดงความรุนแรงในลักษณะนี้กำลังเป็นที่แพร่ระบาดในหมู่แฟนบอลหัวรุนแรงเนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งมาร์คัช แรชฟอร์ด(แมนยูฯ),โทนี่ อับบราฮัม(เชลซี) และเคิร์ต ซูม่า(เชลซี)ต่างก็ได้รายงานกับเอฟเอในลักษณะเดียวกันมาแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการได้อย่างเด็ดขาด