ปืนใหญ่ ที่มิอาจไปได้ไกลเกินกว่าขอบเขตที่เวนเกอร์เคยไปถึง

ปืนใหญ่

ครั้งหนึ่งพวกเค้าเคยเป็นทีมที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันเคยออกปากว่ารับมือยากสุดๆ ครั้งหนึ่งพวกเค้าเคยสร้างความมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ใครเลยในหนึ่งฤดูกาล แต่…มันเป็นอดีตไปแล้ว เพราะปัจจุบันอาร์เซนอลยังคงเกาะแกะอยู่กับพื้นที่ยูโรป้า พร้อมกับนิยามเดิมๆที่ติดมาตั้งแต่หลายปีก่อน “ พวกเค้าเป็นทีมที่ดีแต่ยังห่างไกลที่จะประสบความสำเร็จ ” แม้ว่าแฟนบอลปืนใหญ่หลายคนจะแอบหวังว่าการวางมือของอาร์แซน เวนเกอร์อาจทำให้อาร์เซนอลได้สร้างโมเมนต์ใหม่ๆขึ้นมาบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น และอาจเรียกได้ว่ายังดีไม่เท่าช่วงก่อนเวนเกอร์จะวางมือไปเลยต่างหาก

อูไน เอเมรี่ คือทายาทที่บอร์ดบริหารมองว่าจะพาปืนใหญ่กลับมาประสบความสำเร็จได้ในเวลาไม่นาน ทว่าหลังผ่านมาเข้าฤดูกาลที่สอง อาร์เซนอลก็ยังเป็นทีมที่พึ่งพาแค่ความคมของอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองเท่านั้น นอกนั้นยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เมื่อนักเตะใหม่ที่เสริมของมาอย่างนิโกล่า เปเป้ก็ยังทำได้แค่เกือบดี แต่ยังหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้ แถมเทรนเนอร์ชาวสเปนยังชอบปรับเปลี่ยนแผนการเล่นแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละเกม จนกูรูลูกหนังหลายคนยืนยันว่านักเตะของปืนใหญ่เองอาจยังไม่เข้าใจปรัชญาการทำทีมของเอเมรี่เลยด้วยซ้ำ

เอเมรี่เขวี้ยงงูใส่คอเปเป้เร่งรีบปรับตัวเพื่อเป็นที่พึ่งให้ ปืนใหญ่

   ซ้ำร้ายไปกว่า อูไน เอเมรี่ ยังยืนยันที่จะใช้งานกรานิต ชาก้าที่ขึ้นชื่อเรื่องทำทีมเสียประตูแบบง่ายๆ อีกทั้งยังชอบให้กองหลังอาร์เซนอลขึ้นบอลสั้นจากหน้าปากประตูจนทำให้โดนวัตฟอร์ดตามตีเสมอได้แบบน่าอาย2-2(อาร์เซนอลนำไปก่อน2-0) ซึ่งจุดบอดเหล่านี้เค้าไม่เคยออกมายอมรับเลยว่าเป็นวางหมากอันผิดพลาดของเค้า แต่อดีตกุนซือเซบีญ่ากลับโยนความกดดันให้นิโกล่า เปเป้สตาร์คนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากลีลล์ “ เปเป้ยังดีได้กว่านี้ และเค้าต้องปรับตัวให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ เรารู้ว่าเค้ายังสร้างประโยชน์ให้ทีมได้อีก เค้ายังหนุ่มแน่นมีความตั้งใจ และเราคาดหวังสิ่งที่ดีที่สุดจากนักเตะของเราเสมอ ”

ซึ่งหลังการฟังถ้อยแถลงนี้แฟนบอลปืนใหญ่บางส่วนรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เนื่องจากถ้าเทียบกับกรานิต ชาก้าแล้วเปเป้ยังทำผลงานได้ดีกว่ามาก เพียงแต่ยังยิงประตูแรกกับอาร์เซนอลไม่ได้เท่านั้นเอง ในขณะที่กองกลางชาวสวิตเซอร์แลนด์อยู่กับทีมมานานแต่ยังไม่สามารถคุมเกมแดนกลางปืนใหญ่ให้นิ่งได้เลยแม้แต่น้อย

แมนยู ไม่ป๊อปโดนชุดขาวถีบร่วงสโมสรฟุตบอลรวยที่สุดในโลกแล้ว

นับแต่ไร้ร่มเงาของ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ทีมปีศาจแดงก็ร้างราจากถ้วยแชมป์มาพักใหญ่กระนั้นสาวกเรดอาร์มี่ก็ยังพอใจชื้นอยู่เนื่องจากก็ยังอยู่ในทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับต้นๆของโลก โดยเมื่อปี 2561 แมนยู ยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่สองของทีมสโมสรกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุด ทว่าหลังผ่านมรสุมอย่างโชกโชนในซีซั่นที่ผ่านมา กลับทำให้ปีนี้พวกเค้าหล่นลงมาอย่างน่าใจหาย โดยปีนี้พวกเค้ากลายเป็นสโมสรที่มูลค่าสูงสุดในอันดับที่ 6 เท่านั้น แถมยังโดนรีลมาดริดแซงขึ้นไปแทนที่ในตำแหน่งสโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุดอีกต่างหาก

แมนยู

โซลชาไม่แคร์ย้ำ แมนยู ต้องทำงานหนักหากอยากกลับไปสู่จุดเดิม

   เมื่อซีซั่นก่อน แมนยู ยังคงเป็นสโมสรฟุตบอลเบอร์หนึ่งสำหรับทีมที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่าในซีซั่นนี้พวกเค้ากลับมีมูลค่าทีมที่ลดต่ำลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ถูกยักษณ์ใหญ่อย่าง รีล มาดริดและบาร์เซโลน่าแซงขึ้นไป โดย รีลมาดริด ได้ขึ้นแท่นเป็นทีมฟุตบอลที่รวยที่สุดอันดับหนึ่งแทนด้วยมูลค่า 4.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ แมนยู มีมูลค่าเพียง 3.81 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าแม้มูลค่าทีมจะไม่ติดท็อปชาร์ตเหมือนเก่า แต่ดูเหมือนกุนซือ แมนยู อย่าง โอเล่ กุนน่า โซลชา ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่ประการใด แต่กำลังทำงานหนักร่วมกับทีมเพื่อนำความสำเร็จกลับมาสู่รั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง “ ผมอยู่กับทีมชุดนี้มาแล้วและเราเห็นจุดอ่อนที่ทำให้เรายังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใช่ แน่นอนว่ายูไนเต็ดคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความสำเร็จ นั่นทำให้เราต้องกระตุ้นกันและกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณจะขาดมันไปไม่ได้ นั่นทำให้พวกเราต้องทำงานร่วมกันอย่างหนัก ”

นอกจากนี้นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ยังยืนยันอีกว่าการไล่บอลเร็วหรือเพรซซิ่งยังคงเป็นสิ่งที่เค้าอยากเน้นให้กับทีมต่อไป “ หลายคนยังจำได้ว่าสถิติการไล่เพรซซิ่งในนัดแรก(ที่โซลาชาได้คุมทีม)ที่เรารับมือกับคาร์ดิฟฟ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากๆ แถมเรายังได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ นั่นเป็นเงาสะท้อนให้เห็นแล้วว่าอะไรที่ทีมต้องมี น่าเสียดายที่การยืนระยะของพวกเราไม่ต่อเนื่อง รวมไปถึงอาการบาดเจ็บต่างๆนั่นทำให้เรายังทำผลงานได้ไม่ดีพอ ปีนี้เราต้องทำการบ้านเรื่องพละกำลัง สภาพร่างกาย รวมไปถึงการมีขนาดทีมที่พร้อมจะลงเล่นในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันแบบถี่ยิบ เราวางโปรแกรมสำหรับสิ่งเหล่านี้ไว้หมดแล้ว ” ซึ่งสาวกเรดอาร์มี่ก็คงจะมีความหวังขึ้นมาไม่น้อยเนื่องจากผลงานในช่วงปรีซีซั่นของ แมนยู นั้นเป็นไปอย่างสดใด ด้วยการอุ่นเครื่องชนะมาสามเกมรวดและยังไม่เสียประตูเลยอีกด้วย