พรีเมียร์ลีก ใช้วีเออาร์พร่ำเพรือเกินไปสมาคมบอลนานาชาติติง

พรีเมียร์ลีก

เนื่องจากซีซั่นนี้พรีเมียร์ลีกได้นำเทคโลยีวีเออาร์เข้ามาทดลองใช้เป็นครั้งแรกแล้วก็ตามมาด้วยจังหวะกังขามากมาย จนนักเตะทั้ง เจมส์ มิลเนอร์ และเควิน เดอ บรอยด์ต่างเคยออกมากล่าวโจมตีก่อนหน้านี้แล้วว่าเทคโนโลยีดังกล่าวดูเหมือนจะทำลายมนตร์สเน่ห์ฟุตบอลอังกฤษไปมากมาย ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ(IFBA)หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องกฎกติกาลูกหนังก็ได้ออกมากล่าวตำหนิสมาคมฟุตบอลอังกฤษในลักษณะเดียวกันว่าเลือกหยิบเอาวีเออาร์มมาใช้อย่างไร้ความเข้าใจ

“ เราเฝ้าติดตามผลลัพธ์ของวีเออาร์ของอังกฤษมาพักใหญ่แล้วเราก็ได้หารือกันหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็ลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่ชี้ไปในทางเดียวกันว่าพรีเมียร์ลีกใช้เทคโนโลยีอย่างเกินจำเป็น แนวคิดของอีเออาร์เกิดขึ้นเพื่อสร้างความไหลลื่นให้เก็บฟุตบอล และลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด แต่ในอังกฤษทุกจังหวะไม่จะยิบย้อยหรือใหญ่โตวีเออาร์ต่างมีส่วนร่วมตลอด แน่นอนมันทำให้เกิดความล่าช้าซึ่งถือว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เราริเริ่มมันขึ้นมาใช้งาน ”

“ เมื่อมีการกลับคำตัดสินมันตามด้วยการมีทีมที่เสียประโยชน์ดังนั้นวีเออาร์จะโดนโจมตีจากทีมอื่นๆบ้างคงไม่แปลก แต่พรีเมียร์ลีกกลับเพิ่มคำถามให้กับวีเออาร์ด้วยการรีเพลย์เหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรเลยด้วยกล้องถึง15ตัว มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณต้องรีเช็คอะไรทำนองนี้ แปลว่าผู้ตัดสินเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น มันไม่ใช่เรื่องที่วีเออาร์ต้องทำหน้านี้เพราะไม่ยังงั้นเราก็ต้องใช้มันในทุกๆ30วินาทีซึ่งมันคงบ้าเอามากๆถ้าเป็นอย่างนั้น ” ลูคัส บรัดจ์ เลขาธิการทั่วไปของIFBAชี้แจง

ไบรท์ตันเป็นทีมอันดับหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากวีเออาร์มากสุดใน พรีเมียร์ลีก

ในระหว่างเดียวกันสื่อในอังกฤษก็ได้รวบรวมข้อมูลว่าตั้งแต่นำเทคโลโลยีวีเออาร์เข้ามาใช้ปรากฎว่าทีมไบรท์ตันแอนด์ โฮฟ อัลเบียนเป็นทีมที่ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากพวกเค้าถูกกลับคำตัดสินเพื่อเอื้อประโยชน์ถึง7ครั้งด้วยกัน โดยอันดับรองลงมาคือ เลสเตอร์ ซิตี้,ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส และเซาร์แธมป์ตัน ในขณะที่ลิเวอร์พูลที่หลายคนมองว่าได้รับประโยชน์จากอีเออาร์อยู่ร่ำไปกลับได้ประโยชน์ไปเพียง4ครั้งซึ่งเทียบเท่ากับแมนเชสเตอร์ซิตี้

ส่วนทีมที่ไม่เคยได้รับประโยชน์จากวีเออาร์เลยคือวูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ แต่ทีมที่เสียประโยชน์มากสุดคือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดที่โดนกลับคำตัดสินจากวีเออาร์ถึง6ครั้ง และรองลงมือคือเวสต์แฮม5ครั้ง

โอบาเมยอง ส่อย้ายหนีปืนหลังเอเยนต์ขอคุยกับฝ่ายบริหารปืนแล้ว

โอบาเมยอง

อาถรรย์กัปตันทีมของอาร์เซนอลดูเหมือนจะยังคงมีมนตร์ขลังอยู่ต่อไปเมื่อ อดีตกัปตันอย่างกรานิต ชาก้ากำลังนับถอยหลังย้ายไปเล่นให้กับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน และปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองก็กำลังมีข่าวต้องการย้ายออกในช่วงหลังปีใหม่เช่นกัน เนื่องจากดาวยิงทีมชาติกาบองไม่เชื่อน้ำยาว่าหากอยู่กับทีมปืนใหญ่ต่อไปจะมีถ้วยรางวัลติดไม้ติดมือหรือไม่นั่นเอง

สื่อในอังกฤษระบุว่าวินเซนโซ โมราบิโตเอเยนต์ส่วนตัวของโอบาเมยองกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องความชัดเจนของอนาคตกัปตันปืนโต หลังจากสัญญาของนักเตะกำลังหมดลงในอีกราวปีครึ่ง ซึ่งหากไม่สามารถหว่านล้อมให้ต่อสัญญาใหม่ได้ก็มีความจำเป็นที่อาร์เซนอลจะต้องยอมขายโอบาเมยองออกไปก่อนที่จะเสียนักเตะไปแบบไม่ได้อะไรเลย(หมดสัญญาแล้วย้ายฟรี)แม้ว่าเป้าหมายหลักของทีมปืนใหญ่จะต้องการให้นักเตะอยู่เป็นกำลังสำคัญของทีมต่อไปก็ตาม เพราะนับในซีซั่นนี้โอบาเมยองยิงให้แล้วถึง13ประตูเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามโอบาเมยองในวัย30กะรัตต้องการค้าแข้งกับทีมที่ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสม่ำเสมอและมีลุ้นที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่เข้ากับอาร์เซนอลในตอนนี้เลยเพราะพวกเค้ายังคงรั้งอันดับ.. ในศึกพรีเมียร์ลีก พร้อมทั้งโอกาสก็น้อยนิดเหลือเกินที่จะกลับมาแย่งพื้นที่ท็อปโฟร์ได้สำเร็จ

อินเตอร์,มาดริดขอบัตรคิวเจรจา โอบาเมยอง ล่วงหน้ากันแล้ว

แน่นอนว่าทันทีที่มีข่าวว่าโอบาเมยองต้องการที่จะย้ายทีมย่อมทำให้ทีมบิ๊กเนมยุโรปต่างดี๊ด๊ากันอยู่แล้ว โดยรายงานยังระบุเพิ่มเติมว่ารีล มาดริด และอินเตอร์ มิลานคือสองทีมดังที่ออกตัวก่อนใครเพื่อนว่าพร้อมล่าตัวโอบาเมยองไปร่วมทีม โดยมีการคาดการณ์กันว่าค่าตัวของกัปตันทีมปืนใหญ่น่าจะสูงถึง70ล้านปอนด์เลยทีเดียว

โอบาเมยองสถาปนาเป็นจอมถล่มตาข่ายให้อาร์เซนอลมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาในปี2018 โดยเจ้าตัวยิงไปแล้ว56ประตูจากการลงเล่น89เกม จึงทำให้ทั้งราชันย์ชุดขาว และงูใหญ่ต่างต้องการเซ้งตัวไปใช้งานต่อ แล้วที่สำคัญคือทั้งสองทีมต่างเป็นทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์ และมีชื่อไปเตะยูซีแอลอย่างสม่ำเสมออยู่แล้วจึงเป็นการยากเหลือเกินที่ทีมดังแห่งลอนดอนจะรั้งตัวกัปตันทีมรายนี้เอาไว้ได้ แม้ว่าบอร์ดบริหารจะพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่ให้กับโอบาเมยองสูงถึงสัปดาห์ละ250,000ปอนด์ก็ตาม

สโคลส์ แนะผีตั้งเป้าท็อปโฟร์ไว้ก่อนหลังสิงห์,ไก่ทำแต้มหล่น

สโคลส์

แม้ว่าซีซั่นนี้แมนยูฯจะเครื่องติดช้าหลังจากเพิ่งจะมาเก็บแต้มได้จริงจาก็ปาไปครึ่งค่อนทางเข้าไปแล้ว ทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่ต่างไม่กล้าหวังที่จะลุ้นโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ทว่าพอล สโคลส์อดีตกองกลางปีศาจแดงในยุคเรืองรองกลับกระตุ้นทีมเก่าว่าควรตั้งเป้าให้สูงเอาไว้ก่อนเพราะแต้มของพวกเค้าก็ยังห่างกับอันดับสี่อยู่ไม่มากมายอะไร

ปัจจุบันแมนยูรั้งอันดับ5ในตารางซึ่งมีแต้มตามหลังเชลซีทีมอันดับสี่เพียง5คะแนน ซึ่งพอล สโคลส์มองว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ปีศาจแดงอาจจบที่อันดับสี่ในซีซั่นนี้ “ มันคงยากที่จะแย่งอันดับ1ใน3เพราะพวกเค้าทำแต้มทิ้งห่างเกินไป แต่สำหรับอันดับ4ผมคิดว่ามันต้องเข้มข้นแน่นอน ทั้งเชลซี,สเปอร์ส และยูไนเต็ดน่าจะลุ้นกันสนุก พวกเรา(แมนยูฯ)จึงยังไม่ควรถอดใจง่ายๆ ”

“ โซลชากำลังทำทีมได้เข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อยๆมันอาจยังไม่ถึงจุดที่เราจะพูดถึงการลุ้นแชมป์ แต่สำหรับมาตรฐานที่คู่แข่งทำได้ผมคิดว่ายูไนเต็ดมีโอกาสไม่น้อยที่จะสมหวัง แม้ว่าเราเองก็คงมีสะดุดบ้างไม่มากก็น้อยเหมือนกัน ” สโคลส์ในวัย45ปีกระตุ้นทีมรัก

แมนยูฯต้องหาความสม่ำเสมอให้เจอหากอยากจบอันดับสี่ สโคลส์ แนะนำ

นอกจากนี้สโคลส์ยังได้ออกมากระตุ้นนักเตะผีแดงให้รักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ให้ได้ หลังจากที่พวกเค้ามักทำผลงานได้ดีกับทีมในกลุ่มหัวตารางแต่ก็มักจะไปเสียแต้มให้ทีมที่อ่อนชั้นกว่า “ เอกลักษณ์ของยูไนเต็ดคือความเชื่อมั่นในตัวเอง เราแสดงออกถึงมันได้อย่างดีในการเล่นกับลิเวอร์พูล,สเปอร์ส,เชลซี และแมนซิตี้ โซลชาต้องทำให้นักเตะตระหนักถึงอารมณ์เหล่านี้ในทุกๆเกม เราต้องไม่เสียแต้มง่ายๆอีกต่อไปแล้วเราจะกลับมาสู่จุดที่ยูไนเต็ดควรจะเป็น ”

“ มันไม่ง่ายเลยเมื่อเราเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมหลายคนในหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้นักเตะของเราไม่สามารถเล่นกันได้แบบเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ตอนนี้โซลชากำลังรวบรวมสิ่งเหล่านั้นกลับมาใหม่ มันมีแนวโน้มที่ดี เมื่อผู้เล่นอย่างเจมส์,แม็คโทมิเนย์ และกรีนวู๊ดต่างก้าวขึ้นมาช่วยทีมได้อย่างแข็งขัน บางทีมันอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อย แต่หากเราคว้าอันดับ4ได้ความมั่นใจในทีมจะทวีคูณมากขึ้น มันจะช่วยย่นเวลาที่จะกลับมาแข็งแกร่งของยูไนเต็ดให้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นนักเตะยูไนเต็ดทุกคนควรตระหนักให้จงดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ” สโคลส์เน้นย้ำอย่างหนักแน่น

ลุงเบิร์ก ปัดไม่คิดคุมปืนถาวรแค่ยกระดับการเล่นให้ดีรอนายใหม่

ลุงเบิร์ก

แม้ว่าฟอร์มนัดล่าสุดของอาร์เซนอลจะเป็นไปอย่างสดใสเมื่อปืนใหญ่ที่พลาดท่าเสียประตูเหมือนเคยแต่พลิกกลับมาเอาชนะเวสต์แฮมได้สำเร็จในครึ่งหลัง จนเริ่มมีการคาดคะแนกันไปแล้วว่าเฟดริก ลุงเบิร์กกุนซือคร่าเวลาอาจถูกแต่งตั้งให้รับงานทำทีมแบบถาวร ซึ่งอดีตปีกชาวสวีดิชได้ออกมาปฏิเสธอย่างทันควัน

“ ผมได้รับโอกาสที่ดีจากอาร์เซนอลมาตลอด กระทั่งวันนี้การได้คุมที่ซ้อมแล้วเก็บชัยชนะก็เติมเต็มหลายสิ่งในหัวใจผมได้เป็นอย่างดี แต่ผมรู้ดีว่ามันยังเร็วเกินไป ทีมต้องการกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกจำเป็นต้องมีใครซักคนที่เข้ามาจัดการเรื่องนี้ ”

“ บอร์ดบริหารไม่เคยคุยเรื่องการคุมที่ระยะยาว มันชัดเจนอยู่แล้วผมมีหน้าที่พัฒนาทีมแบบวันต่อวัน จากนั้นคือการดึงขวัญกำลังใจผู้เล่นกลับมา เรากล้าพูดว่านักเตะของเรานั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ พวกเค้าแค่เจอช่วงเวลายากลำบากแต่ความมุ่งมั่นจะพาพวกเค้ากลับมาได้ เราได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมกับเวสต์แฮมแล้ว เราจะได้เห็นภาพแบบนั้นอีกแน่นอน ” กุนซือวัย42ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

ลุงเบิร์ก ลุ้นสถิติใหม่กุนซือสวีดิชคุมทีมพรีเมียร์ในรอบ11ปี

แม้ว่าลุงเบิร์กจะยืนยันชัดว่าไม่หวังรับตำแหน่งกุนซือถาวรของอาร์เซนอล ทว่ากลับมีข่าววงในเล็ดลอดมาจากวงในของเอมิเรตส์สเตเดี้ยมว่าบอร์ดบริหารยังไม่สามารถหากุนซือคนใหม่ได้เลย เนื่องจากทีมปืนใหญ่ยืนยันในจุดยืนว่าจะไม่จ่ายค่าฉีกสัญญากับผู้จัดการทีมคนใหม่จนกลายเป็นอุปสรรคอย่างมาก เนื่องจากเป้าหมายหลักอย่าง ปาทริค วิเอร่า,เปาโล ซูซ่า หรือแม้แต่มิเกล อาเตร์ต้า(ผู้ช่วยผู้จัดการทีม)ต่างก็มีทีมต้นสังกัดอยู่แล้วทั้งสิ้น นั่นทำให้เป็นไปไม่ได้เลยทีมปืนใหญ่จะดึงบุคคลดังเหล่านี้เข้ามาใช้งานต่อโดยไม่เสียเงินเลยแม้แต่แดงเดียว

จนทำให้บอร์ดบริหารของอาร์เซนอลอาจแต่งตั้งลุงเบิร์กให้ทำทีมไปกระทั่งจบฤดูกาล แม้ว่าเจ้าตัวจะยังไม่มีไลเซนต์ในระดับผู้จัดการทีมก็ตาม โดยเชื่อว่าจะมีการแต่งตั้งกุนซือชาวสวีดิชอย่างเป็นทางการในช่วงก่อนปีใหม่ แล้วหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้เฟรดริก ลุงเบิร์กสร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมชาวสวีดิชรายที่สองที่ได้ตำแหน่งผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีก หลังจากก่อนหน้านี้สเวน โกลัน อีริคสันเคยรับงานคุมแมนเชสเตอร์ ซิตี้แต่ก็โดนไล่ออกในปี2008 นั่นเท่ากับว่าเป็นเวลา11ปีมาแล้วที่ลีกผู้ดีไม่เคยมีผู้จัดการทีมชาวสวีเดนอีกเลย

กรีซมันน์ พูดแปลกมาบาซ่าเพราะอยากเรียนรู้บอลสไตล์อื่นบ้าง

กรีซมันน์

การโยกย้ายจากสีเสื้อแอตเลติโก้ มาดริดข้ามมาสังกัดบาเซโลน่าของอองตวน กรีซมันน์อาจทำให้แฟนบอลตราหมีรู้สึกน้อยใจกันบ้าง แต่กรีซมันน์เองได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายออกว่าไม่ได้มีเจตนาจะหักหลังอดีตต้นสังกัดแม้แต่น้อยแต่เป็นไปเพราะต้องการเรียนรู้การเล่นฟุตบอลในสไตล์อื่นดูบ้าง

อองตวน กรีซมันน์เพิ่งย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่บาเซโลน่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าผลงานการทำประตูจะไม่คึกคักเหมือนสมัยอยู่กับแอตมาดริดแต่ดาวยิงเลือดน้ำหอมก็ยังยืนยันว่าไม่เสียใจแม้แต่น้อยที่เลือกมาผจญภัยครั้งใหม่ในคัมป์นู “ ความจริงที่ผมยืนยันได้คือผมเริ่มหมดความท้าทายกับการทำอะไรเดิมๆที่แอตเลติโก้ แน่นอนมันไม่ได้แปลว่าสโมสรมีความผิดใดๆ และผมก็ยังเคารพต่อตราสโมสรแอตมาดริดเสมอมา แต่คุณไม่สามารถหลอกตัวเองได้หรอกว่าการลงซ้อมกับโค้ชคนเดิม,สนามซ้อมเดิม,เพื่อนร่วมทีมก็เล่นกันมาหลายปีมันทำให้คุณเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ท้าทายอีกแล้ว การที่ผมย้ายออกมามันเป็นไปตามวิถีทางของฟุตบอลล้วนๆ ผมแค่อยากลงเล่นในทีมที่ความแตกต่างดูบ้าง และบาเซโลน่าก็ยื่นข้อเสนอเข้ามาพอดี ”

“ ทุกอย่างลงเอยด้วยการย้ายทีม และผมก็ได้มาเล่นให้บาเซโลน่า ซึ่งหลายอย่างก็เป็นอย่างที่ผมคิด ผู้เล่นบาซ่าล้วนต้องเข้าใจปรัชญาของสโมสร(การต่อบอลและเคลื่อนที่อยู่ตลอด) ผมอาจจะยังเล่นได้ไม่เข้าที่เข้าทางนัก แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมมีแรงกระตุ้น ผมอยากทำได้ดีอยากช่วยทีมให้ได้มากกว่านี้ มันทำให้ผมต้องตื่นตัวมากกว่าเดิม ผมคิดไม่ผิดจริงที่เลือกมาที่นี่ ”

บาซ่าฟังแล้วจะอึ้ง กรีซมันน์ ว่าย้ายมาเล่นให้ไม่ได้หวังแชมป์

นักเตะส่วนใหญ่ที่ย้ายมาทีมระดับบิ๊กเนมอย่างบาเซโลน่าก็มักจะพูดไปในเชิงว่าย้ายมาเพราะหวังชูถ้วยแชมป์ต่างๆนาๆ แต่นั่นไม่ใช่ความปรารถนาของอองตวน กรีซมันน์เลยแม้แต่น้อย

“ ผมบอกจากใจผมย้ายมาบาซ่าเพราะต้องการแรงกระตุ้นใหม่และเล่นในฟุตบอลแนวทางอื่นๆ มันชัดเจนว่าสไตล์ที่แอตเลติโก้เล่นนั้นต่างกับบาซ่าอย่างมาก มันเป็นการซ้อมที่น่าตื่นตาสำหรับผม บาเซโลน่าเน้นเรื่องทักษาเป็นสำคัญ ผมไม่ได้บอกว่าทีมไหนดีกว่ากัน แล้วผมก็ไม่ได้ย้ายมาเพื่อการคว้าถ้วยรางวัล เพราะที่แอตเลติโก้ก็สามารถประสบความสำเร็จทั้งลาลีก้า หรือยูซีแอลได้อยู่แล้ว ” กริซมันน์กล่าวอย่างไม่แยแส

 

โชเซ่ โต้แม็คโทนิเน่ย์&วารานคือเครื่องพิสูจน์ว่าปั้นเด็กก็เป็น

โชเซ่

หลังจากที่โชเซ่ มูรินโญ่บอกปัดโอกาสคว้าบรูโน่ แฟนานเดซพร้อมกับยืนยันว่าสเปอร์สคงไม่มีเงินถุงเงินถังเหมือนที่อื่นๆที่จะกว้านซื้อแข้งดังได้ตามอำเภอใจ แต่คงต้องมองหาปั้นดาวรุ่งแทน ก็ทำให้นักวิจารณ์ต่างตั้งคำถามไปยังกุนซือชาวโปรตุเกสว่าจะทำได้ตามที่พูดจริงหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มูรินโญ่มักได้คุมทีมใหญ่ที่เงินหนาพร้อมที่ดึงใครมาร่วมทีมก็ได้

เมื่อถูกถามตรงๆว่ามีปัญหากับการดันผู้เล่นดาวรุ่งหรือไม่ มูรินโญ่ก็ตอบปฏิเสธทันทีพร้อมยืนยันกลับไปว่าตนเคยปั้นดาวรุ่งมาไม่น้อยเพียงแต่ไม่ค่อยได้รับการจดจำเท่านั้นเอง “ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ทำงานตรงนี้แล้วจะไม่ใช้งานดาวรุ่ง ตลอดอาชีพผู้จัดการทีมผมได้ร่วมงานกับแข้งดาวรุ่งมากมาย บางคนก็ยังโลดแล่นอยู่ในเวลานี้ด้วยซ้ำ อย่างสก็อต แม็คโทมิเน่ย์ที่ซีซั่นนี้ก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวหลักของยูไนเต็ด ผมก็เป็นคนดันเข้ามาเล่นชุดใหญ่ หรือจะเป็นราฟาเอล วารานก็แจ้งเกิดที่รีล มาดริดในช่วงที่ผมคุมทีมอยู่ วันนี้ทั้งคู่ต่างกลายเป็นนักเตะระดับท็อปไปแล้ว เห็นไหมละ คนที่ผมร่วมงานด้วยมีตั้งมากเพียงแต่ไม่มีใครจดจำสิ่งเหล่านี้เท่านั้นเอง ”

“ การระบุว่าโชเซ่คงปั้นนักเตะไม่ได้หรอก หรือดาวรุ่งทั้งหลายอย่างหวังมาเกิดในยุคโชเช่เลย มันไม่แฟร์สำหรับผม แต่ไม่เป็นไรหรอกมันก็แค่คำนิยาม ผมได้ยินแล้วอาจจะงงนิดๆแต่ผมไม่ได้เจ็บปวด หรือผิดหวังไปกับมัน ” เทรนเนอร์วัย56ปีตัดพ้อ

โชเซ่ เริ่มแล้วให้ไรอันเซสเซญงวัย19ปีประเดิมเล่นยูซีแอล

ดูเหมือนว่าโชเซ่ มูรินโญ่ก็จะทำตามที่พูดไว้จริงๆ เมื่อเค้าใส่ชื่อไรอัน เซสเซญงปราการหลังวัย19ปีประเดิมสนามเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับสเปอร์สในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นที่เรียบร้อย

แม้ผลงานของสเปอร์สจะไม่ลงเอยด้วยการพ่ายแพ้เสือใต้ไป1-3แต่ทว่าในแง่ผลงานของเซสเซญงถือว่าดีพอใช้เลยทีเดียวแถมยังสามารถมีทำประตูได้อีกต่างหาก “ เค้า(เซสเซญง)ดูตื่นตัวอยู่ตลอด และทำได้ดีในหลายจังหวะ ผมกำชับหลายอย่างกับเค้าก่อนเกมซึ่งเค้าตอบสนองมันได้อย่างดี การทำประตูได้ในการลงเล่นนั้นแรกนั้นเป็นสัญญาณที่ดี สกอร์นี้จะช่วยยกระดับความมั่นใจให้เค้าได้มาก สเปอร์สทำได้ดีในเกมนี้ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมกับเราซักเท่าไหร่ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว  ” กุนซือชาวโปรตุเกสพูดในเชิงเสียดาย

อังเดรซานโตส รับแข้งปืนติดสบายจนไม่กระหายความสำเร็จ

 

อังเดรซานโตส

อังเดร ซานโตสอดีตแบ๊คซ้ายทีมชาติบราซิลได้ออกมาขยี้ความล้มเหลวของอาร์เซนอล โดยชี้ว่านักเตะปืนใหญ่ต่างไม่แยแสต่อความพ่ายแพ้มาตั้งแต่ยุคของเวนเกอร์แล้ว และหวังเล่นฟุตบอลให้สนุกไปวันๆเท่านั้น ซึ่งทำให้เจ้าตัวยอมรับไม่ได้และตัดสินใจอำลาทีมในที่สุด

อาร์เซนอลเคยใช้บริการอังเดร ซานโตสในช่วงปี2011-2013 ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกย้ายกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิด “ หลังผมย้ายออกไปนักข่าวเขียนกันว่าอังเดร ซานโตสไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษได้ มันตลกสิ้นดี ผมย้ายกลับบราซิลเพราะผมเบื่อการย่ำอยู่กับที่ต่างหาก ผมไม่ได้หวังแค่ลงสนามไปวันๆ ผมจากบ้านเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลในระดับสูงแต่กับอาร์เซนอลมันไม่เป็นไปตามนั้นเลย ” อังเดร ซานโตสเผยถึงสาเหตุที่อำลาทีมปืนใหญ่

“ มีครั้งหนึ่งเราแพ้ทั้งที่ควรชนะ มันทำให้ผมผิดหวัง แต่ในระหว่างที่ผมกำลังหมกหมุ่นกับตัวเองในรถบัส ผมมองไปเห็นเพื่อนนักเตะหลายคนยังคงเบิกบาน หัวเราะกันดีอยู่เลย ผมอึ้งกับภาพที่เห็น พร้อมกับพูดกับตัวเองว่านายพลาดแล้วละที่มาอยู่ที่นี่ ”

“ อาร์เซนอลเป็นสโมสรที่ดี มีความพร้อมในทุกๆด้าน มันพร้อมจนนักเตะไม่รู้สึกว่าต้องดิ้นรนอะไร ผมแฮปปี้กับชีวิตในตอนนั้น แต่ผมไม่ได้แชมป์อะไรเลย ที่สำคัญในทีมก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร นักเตะแค่มาซ้อมกัน พอลงแข่งก็พลาดกันง่ายๆ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้น ไม่มีใครกระตุ้นใคร ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยนอกที่อาร์เซนอลเท่านั้น ” แบ็คซ้ายวัย36ปีกล่าวอย่างข้องใจ

อังเดรซานโตส รำพึงไม่นึกเสียใจที่แลกเสื้อRVPจนแฟนกันเนอร์ยี้ใส่

นอกจากนี้อังเดร ซานโตสยังได้ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวของแลกเสื้อกับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่(เพิ่งย้ายจากอาร์เซนอล)กองหน้าแมนยูฯว่าเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลและไม่เคยคิดเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป “ ฟาน เพอร์ซี่เคยเป็นขวัญใจแฟนบอลอาร์เซนอล มันยากที่จะเข้าใจเมื่อเค้าย้ายไปสวมเสื้อแมนยูฯ แต่เค้าก็ยังเป็นเพื่อนผม มันคือมิตรภาพ ถ้าย้อนเวลากลับไปผมก็จะทำเหมือนเดิม แฟนบอลอังกฤษอาจไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่ที่บราซิลเราไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องทำนองนี้ ” โดยหลังจากการแลกเสื้อครั้งดังกล่าวฟูลแบ็คแซมบ้าก็หมดอนาคตกับทีมปืนใหญ่ทันที แล้วจึงถูกปล่อยตัวให้กับเกรมิโอในปี2013

แฮนเดอร์สัน ขอร้องอย่าใช้คำว่ามีโชคกับผลงานของลิเวอร์พูลซีซั่นนี้

แฮนเดอร์สัน

ในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ตายยากอันดับหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่เพราะพวกเค้ายังไม่ปราชัยในลีก แต่ทัพหงส์แดงมักจะได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมอยู่บ่อยครั้ง จนนำพาให้พวกเค้าครองตำแหน่งจ่าฝูงอย่างสบายใจด้วยการมีคะแนนเหนือรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ถึง8แต้ม ซึ่งจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ออกมายอมรับว่าผลงานอันสวยหรูนี้ไม่ได้เพราะโชคช่วย แต่เป็นผลพวงจากการทำงานหนักของนักเตะลิเวอร์พูลทุกคน

“ ซีซั่นก่อนพวกเราทำงานกันหนักมาก สิ่งที่ได้กลับมาคือความมั่นใจที่มากขึ้น เราพลิกกลับมาเอาชนะบาซ่าได้อย่างเหลือเชื่อ แล้วเราได้ฉลองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เรากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม มันสะท้อนผ่านผลการแข่งขันในทุกๆสัปดาห์ ทีมตรงข้ามล้วนอยากเอาชนะเรา มันจึงไม่เคยเป็นเกมที่ง่ายแต่ลิเวอร์พูลก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเรื่อยมา มันเป็นสิ่งที่เราควรได้รับ ” เฮนเดอร์สันกล่าวอย่างปลื้มใจ

ในขณะที่นักวิจารณ์บางรายระบุว่าลิเวอร์พูลมีโชคที่สามารถกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้ในหลายๆครั้ง ซึ่งกัปตันทีมหงส์แดงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ “ มีคนบอกว่าทีมเรามีโชค ผมไม่เถียงนะว่าลิเวอร์พูลมีโชค แต่โชคไม่สามารถช่วยคุณคว้าสามแต้มได้ทุกสัปดาห์หรอก  การที่เราชนะมาแล้วถึง12นัดแล้วนั่นพิสูจน์ได้อย่างดีว่าลิเวอร์พูลไม่ได้พึ่งพาโชค เราสร้างความสำเร็จจากความตั้งใจและทุ่มเทของเราเอง ”

แฮนเดอร์สัน ชี้แข้งหงส์หัวใจแกร่งส่งผลให้ทีมเก็บชัยต่อเนื่อง

จากชัยชนะ12นัดในปีนี้ลิเวอร์พูลยิงประตูในช่วงท้ายเกม(หลังจากนาที80)ได้ถึง4ลูก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แม้แต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือตราเรือใบ(คู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก)ยังต้องยอมยกนิ้วให้ “ บางเกมเราเสี่ยงต่อการจบเกมด้วยการได้ผลเสมอ บางเกมเรามีโอกาสลงเอยด้วยการไม่มีแต้ม แต่ความกังวลไม่มีในหัวพวกเราเลย นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนจำฝังหัวว่าเรายังไม่แพ้ตราบเท่าที่ยังมีเวลา เราต้องเดินหน้าสู้ต่อไป มันคือทัศนคติของที่เจอร์เกน คล็อปป์ปลูกฝังให้กับเรา  ”

อดีตมิดฟิลด์ซันเดอร์แลนด์ยังชื่นชมกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์ที่ทำให้สไตล์เกมฟุตบอลของลิเวอร์พูลเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ “่ แนวทางการเล่นของเจอร์เกน คล็อปป์ คือคุณต้องก้าวไปข้างหน้า เค้ากล้าเสี่ยง นั่นทำให้ลิเวอร์พูลมีคาแรกเตอร์แบบนักสู้ ไม่ใช่แค่นักเตะหรอกที่ชอบมัน แต่แฟนบอลของเราก็มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไปด้วย ”

ยูเว่ มึนแบ็คซ้ายโหว่หลังอเล็กซานโดรเดี้ยงจากเกมทีมชาติบราซิล

 

ยูเว่

เมาริซิโอ ซารี่กำลังมีปัญหาใหญ่หลังจากผ่านพ้นช่วงเบรกทีมชาติ นั่นก็คือยูเวนตุสไม่เหลือผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายให้ใช้งานเลยเนื่องจากอเล็กซานโดรได้รับบาดเจ็บจากการลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิล ในขณะที่ตัวเลือกอื่นๆอย่าง ดานิโล่ และเด ชิโญ่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บไปก่อนหน้าแล้วทั้งสิ้น

อเล็กซานโดรลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับอาร์เจนติน่าได้เพียง64นาทีเท่านั้น ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะอาการบาดเจ็บ โดยหลังจากทีมแพทย์ได้ทำการตรวจแล้วก็พบกว่าฟูลแบ๊ควัย28ปีมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา และทำให้ถูกทีมชาติบราซิลส่งกลับมารักษาตัวที่ตูรินแต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าต้องพักนานขนาดไหน ซึ่งการขาดหายไปของอเล็กซานโดรกลับส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก เนื่องจากพวกเค้าไม่มีตัวสำรองที่จะทดแทนในตำแหน่งแบ็คซ้ายอีกแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาจต้องปรับฮวน กัวดราโด้(ตำแหน่งปีกแต่เคยถูกจับเล่นแบ็คขวามาบ้างแล้ว)ลงมารับผิดชอบแทน

ซารี่นายใหญ่ ยูเว่ โดนแซวมีประตูให้เลือกถึง4รายแต่มีแบ็คซ้ายเพียงคนเดียว

อเล็กซานโดรเป็นลงปักหลักเป็นฟูลแบ็คทางฝั่งซ้ายให้กับทีมม้าลายอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เค้าลงเล่นไปแล้วกว่า14เกมและทำทางให้เพื่อนได้2แอสซิสต์ ซึ่งเมาริซิโอ ซารี่ดูจะย่ามใจกับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเค้าได้ทำการปล่อยตัวลูก้า เปเยกรินี่แบ๊คซ้ายดาวรุ่งให้กายารี่ยืมตัวไปใช้งาน จนทำให้เบียงโคเนรี่ไม่เหลือแบ็คซ้ายตัวอะไหล่ไว้สแตนบายเลย

จนทำให้สื่อดังในอิตาลี่(กัลโช่เมอกาโต้)ได้ตั้งคำถามว่าเหตุฉไนซารี่เลือกที่จะให้มีผู้รักษาประตูไว้เป็นตัวเลือกถึง4รายแต่กลับให้มีแบ็คซ้ายธรรมชาติไว้ใช้งานเพียงรายเดียว อย่างไรก็ตามพวกเค้าก็ยังเชื่อว่าทีมม้าลายจะไม่ได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บของดาวเตะแซมบ้า เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะสามารถกลับมาซื้อขายผู้เล่นกันอีกครั้ง และยูเวนตุสก็น่าจะเสริมทัพในช่วงเวลาดังกล่าว

ยูเวนตุสจัดว่าเป็นทีมที่มีตัวเลือกในตำแหน่งอื่นๆอย่างเหลือใช้ เพราะนักเตะอย่างเอ็มเร่ ชาน(กองกลาง) และมาริโอ มานด์ซูคิช(กองหน้า)ต่างก็ยังแทบจะไม่มีโอกาสได้ลงสนามเลย โดยเป็นที่คาดการณ์กันต่อไปว่าในช่วงปีใหม่เมาริซิโอ ซารี่น่าจะหาตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ๊คเข้ามาเสริมทีมอีกอย่างแน่นอน

นาโปลี ชักป่วนหลังประธานสโมสรจุ้นเรื่องจัดการนักเตะจนเกินงาม

นาโปลี

ออเรลิโอ เด เลาเรนติสประธานสโมสรนาโปลีดูเหมือนจะกำลังล้ำเส้นไปซักหน่อยแล้วสำหรับการสั่งลงโทษนักเตะด้วยการกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จนทำให้นักเตะและผู้จัดการทีมต่างแสดงอาการต่อต้านอย่างหนัก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นอีกต่างหากเนื่องจากให้หลังจากบทลงโทษดังกล่าวทัพอัซซูร่าก็ยังควานหาชัยชนะไม่เจออีกเลยตลอดการลงสนามสองเกมหลังสุด

เกมล่าสุดนาโปลีที่ได้เล่นในบ้านก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมกลุ่มท้ายตารางอย่างเจนัวได้(เสมอ0-0) หลังจากเมื่อกลางสัปดาห์พวกเค้าก็ทำได้แค่เจ๊ากับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์กมา1-1 อันเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการเข้ามาวุ่นวายเรื่องวินัยของประธานสโมสรนาโปลีในครั้งนี้กระทบต่อความมั่นใจของนักเตะเดอะเนเปิลส์เป็นอย่างมาก

ไม่เพียงเท่านั้นปฏิกิริยาของคาร์โล อันเชล็อตติและบรรดาลูกทีมก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยหลังจากเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ กุนซืออันเชล็อตติก็ได้งดการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รวมไปถึงบรรดาผู้เล่นนาโปลีต่างก็พร้อมใจกันขับรถกลับบ้านกันเองโดยไม่มีใครยอมขึ้นรถบัสที่สโมสรเตรียมไว้ให้เลยแม้แต่คนเดียว จนดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีความแตกแยกกันภายในสโมสรนาโปลีเสียแล้ว

เลาเรนติสประธานสโมสร นาโปลี ยังไม่เข็ดหวังใช้กฏหมายเล่นงานนักแตะและโค้ชซ้ำอีก

อย่างไรก็ตามแม้กระแสต่อต้านในหมู่นักเตะและผู้จัดการทีมจะประทุขึ้นแล้วก็ตาม ทว่าออเรลิโอ เด เลาเรนติสประธานสโมสรอัซซูร่าก็ยังไม่คิดจะยอมอ่อนข้อแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังหวังใช้ช่องทางกฏหมายเล่นงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการงัดข้อที่ผ่านมาอีกต่างหาก “ หลังจากพฤติกรรมหลังเกมกับซัลบวร์ก สโมสรจะขอตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้บทลงโทษตามกฎหมายกับใครก็ตามที่ทำลายภาพลักษณ์อันดีของสโมสรนาโปลี เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายตราสโมสรของเราต้องแปดเปื้อน ” คำแถลงการณ์จากสโมสรนาโปลี

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า ออเรลิโอ เด เลาเรนติส พร้อมที่จะปลดคาร์โล อันเชล็อตติพ้นจากเก้าอี้ผู้จัดการทีมจากพฤติกรรมในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากอดีตกุนซือมิลานเป็นหนึ่งในตัวการที่แสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแตแรกว่าไม่เห็นด้วยการลงโทษทางวินัยก่อนหน้านี้(บังคับให้นักเตะรวมตัวกันที่สโมสรแบบห้ามกลับบ้าน) โดยเลาเรนติสยังเชื่อว่าอันเชลอตติคือแกนนำที่ทำให้นักเตะเนเปิลส์ต่างพร้อมใจกันฝ่าฝืนคำสั่งในครั้งนี้นั่นเอง