โซลชา ได้ทีเผยยามโดนสาวกผีแดงวิจารณ์ก็ไม่เคยน้อยใจเลยซักนิด

โซลชา

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเพิ่งจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้งหลังจากบุกไปชนะนอริสมา3-1 ซึ่งเปรียบเสมือนการปลดล็อคผลงานอันแสนฝืดในช่วงหลังได้เป็นอย่างดี จนทำให้คลายความกดดันให้กับโอเล่ กุนน่า โซลชาเป็นอย่างมากหลังจากฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้เล่นเอามีข่าวว่าพร้อมจะโดนเด้งไม่เว้นแต่ละวัน โดยทันทีที่กลับมาทำงานได้อย่างสบายใจอีกครั้งโซลชาก็ได้เปิดเผยความในใจว่าตนรู้ตัวดีว่าผลงานก่อนหน้านี้นั้นถือว่าน่าผิดหวัง แต่ตนก็ไม่เคยคิดน้อยใจหรือโกรธเคืองเสียงวิจารณ์การทำงานในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเลยแม้แต่น้อย

สถานะก่อนนี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเป็นผู้จัดการทีมที่ถูกวางให้เป็นเต็งสองที่อาจตกงานในไม่ช้า หลังจากที่ผลงานของแมนยูถือว่ากระท่อนกระแท่นอย่างมากอีกทั้งเกมรุกก็ฝืดหนักยิงประตูได้ไม่เกินนัดละหนึ่งลูก(ในพรีเมียร์ลีก)ติดต่อกันมาถึง8เกม กระทั่งมาโชฟอร์มฮอตยิงสามประตูใส่ทีมนกขมิ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ ผมเคยชินกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้เล่นแล้ว ฉะนั้นมันไม่ได้ทำให้วิตกกังวลอะไร และไม่ได้โกรธเคืองความเห็นใดๆทั้งสิ้น เมื่อคุณเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมันมีความคาดหวังในระดับสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อผลงานของทีมก็ไม่เป็นไปตามที่คาดมันก็แฟร์อยู่แล้วที่คุณจะโดนด่า แต่หน้าที่คุณก็ยังมีคุณก็ต้องพุ่งสมาธิไปกับสิ่งที่ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องไปโฟกัสที่เสียงวิจารณ์เหล่านั้นเลย ” กุนซือชาวนอร์เวย์ยืนยันหนักแน่น

โซลชา รับแข้งผีใจเด็ดคืนฟอร์มได้ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนัก

ในโอกาสนี้โซลชากุนซือแมนยูฯยังได้กล่าวชื่นชมนักเตะอสูรแดงทุกคนที่ต่อสู้ร่วมกันมากระทั้งวันนี้ที่เริ่มเห็นแววว่าจะกลับมาโขว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง “ ผมดีใจกับลูกทีมของผมทุกคน ก่อนหน้านี้พวกเค้าทำงานกันอย่างหนัก แต่เราก็ยังไม่ค่อยจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ กระทั่งวันนี้พวกเรากลับมาเล่นเกมรุกได้อย่างไหลลื่นอีกครั้ง มันเป็นรางวัลที่ลูกทีมของผมควรได้รับมัน ”

“ วันนี้เราเห็นเฟร็ดกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง รวมไปถึงมาร์กซิยาลที่กลับมาช่วยเราได้ทันเวลา นักเตะเหล่านี้ผ่านช่วงยากลำบากกันมา แต่พวกเค้าไม่เคยยอมแพ้กระทั่งวันนี้พวกเค้าก็กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง พวกเรากำลังกลับเข้าสู่เส้นทางที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง และนั่นทำให้ผมมีความสุขกับทีมของผมอย่างมาก ” โซลชากล่าวอย่างมีหวัง

แรชฟอร์ด เอาไงดีตัวริมเส้นหรือกองหน้าตัวเป้า?คอลลีมอร์สงสัย

แรชฟอร์ด

มาร์คัช แรชฟอร์ดดาวโรจน์แห่งวงการลูกหนังเมืองผู้ดีที่ปีได้ลงเล่นต่อเนื่องทั้งในเกมระดับสโมสร และทีมชาติ ทว่ากองหน้ารุ่นเก๋าอย่างสแตน คอลลีมอร์กลับออกมาแสดงความกังวลแทนแรชฟอร์ด หลังจากเจ้าตัวต้องปรับบทบาทไปยืนเป็นตัวรุกริมเส้นกับทีมชาติอังกฤษ แต่ทว่าเมื่อกลับไปเล่นให้แมนยูเจ้าตัวจะได้ลงยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งการสลับบทบาทไปมาเช่นนี้อาจะทำให้แรชฟอร์ดไม่สามารถไปถึงจุดสูงสุดของการค้าแข้งได้

ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับวงการลูกหนังของประเทศอังกฤษมานานปีทำให้สแตน คอลลีมอร์อดีตขวัญใจชาวเดอะค็อปเชื่อว่ามาร์คัช แรชฟอร์ดกำลังอยู่ในวัยที่ต้องตัดสินใจเลือกแล้วว่าอยากจะประสบความสำเร็จจากการลงในตำแหน่งไหนของสนาม “ ผมเป็นห่วงแรชฟอร์ดเหลือเกิน ใช่เค้ายังหนุ่มแน่น เค้าเล่นได้หลากหลาย แต่มันอาจจะทำให้เค้าไปไม่สุดซักทาง คุณดูธีโอ วัตคอตต์เป็นแบบอย่างซิ เวนเกอร์อยากให้เค้าเล่าริมเส้น แต่เจ้าตัวชอบเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวกลาง ปัจจุบันเค้าก็ยังหาตำแหน่งที่ใช่ให้ตัวเองไม่ได้เลย ”

คอลลีมอร์แนะ แรชฟอร์ด ชัดเจนพื้นที่รับผิดชอบและเรียนรู้อย่างจริงจัง

   โอเล่ กุนน่า โซลชากุนซือปีศาจแดงนั้นเชื่อมั่นว่าแรชฟอร์ดจะพัฒนากลายเป็นสุดยอดดาวยิงได้ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ในขณะที่ยามเข้าแคมป์ทีมชาติ เจ้าตัวต้องถ่างออกไปยืนเป็นปีกด้านข้างเนื่องจากสัมปทานกองหน้าของทีมชาติอังกฤษได้ถูกแฮรี่ เคนจองไว้แล้ว ซึ่งทั้งสองตำแหน่งใช้ทักษะ และทัศนคติที่ต่างกันจนอาจทำให้กองหน้าวัย21ปีเอาดีไม่ได้จากทั้งสองตำแหน่งเลยก็เป็นได้ “ แรชฟอร์ดควรต้องเลือกตำแหน่งที่ใช่เสียที เพราะมันใช้ทัศนคติคนละเรื่องเลยระหว่างศูนย์หน้ากับตัวริมเส้น มันฟังดูดีนะเวลามีคนเรียกคุณว่าผู้เล่นสารพัดประโยชน์ แต่คุณลองไปดูสถิติได้เลยว่านักเตะที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่งเค้าก็จะต้องมีพื้นที่ตายตัวยืนพื้นด้วยกันทั้งนั้น มันไม่มีใครหรอกที่จะบอกว่าเล่นตรงไหนก็ได้สับเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนกว่าจะแขวนสตั๊ด ”

“ หลักๆแล้วผมว่ามันควรเริ่มที่ระดับสโมสรเพราะเค้าจะมีเวลาพัฒนาที่มากกว่า เค้าควรเปิดอกคุยกับโซลชาเลย โอเคผมขอเลือกไปให้สุดกับตำแหน่งนี้ จากนั้นก็โฟกัสในการรับผิดชอบตำแหน่งนั้นๆให้ได้ประสิทภาพสูงสุด โดยเฉพาะการยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าที่โซลชาน่าจะมีคำแนะนำดีๆให้เค้าได้อย่างแน่นอน  ” คอลลีมอร์เจ้าของผลงาน99ประตูตลอดอาชีพการค้าแข้งเสนอคำแนะนำ

ผีเเดง ใช้คนผิด!แรชฟอร์ดไม่ใช่หน้าเป้าเป็นเหตุผลงานดร็อปลงไป

ผีเเดง

โอเล กุนน่า โซลชานายใหญ่ผีเเดงเดิมพันครั้งใหญ่ในซีซั่นนี้ด้วยการขายทิ้งโรเมลู ลูกากู และให้มาร์คัส แรชฟอร์ดรับบทกองหน้าตัวเป้าแทน แม้ในนัดเปิดฤดูกาลมันจะดูดีเมื่อกองหน้าเลือดผู้ยิงยิงได้ถึงสองเม็ดในเกมไล่ยำเชลซีขาดลอย4-0 ทว่าหลังจากนั้นแรชฟอร์ดยังคลำเป้าไม่เจออีกเลย แถมผลงานของทีมก็ตกต่ำลงไปด้วยการไม่ชนะใครอีกเลย(แพ้1เสมอ2)

ซ้ำร้ายอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลก็ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่อเล็กซิส ซานเชสก็ถูกผลักไสให้อินเตอร์มิลานเอาไปใช้งานเสียอีก ทำให้เวลานี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเหลือเพียงเมสัน กรีนวู๊ดซึ่งมีอายุเพียงแค่17ปีเป็นทางเลือกเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาทันที่ว่าโซลชาคิดผิดหรือไม่ที่หั่นตัวเลือกอื่นๆทิ้งไปแล้วทุ่มความหวังไปที่มาร์คัช แรชฟอร์ดเพียงคนเดียว

สโคลส์อดีตนักเตะ ผีเเดง ชี้แรชยิงได้ก็ไม่ใช่จะฝากผีฝากไข้ได้ในตำแหน่งศูนย์หน้า

  แท้ที่จริงแล้วสถิติการทำประตูในปีก่อนของมาร์คัส แรชฟอร์ดก็เป็นรองโรเมลู ลูกากูอยู่แล้ว แม้ว่าจะได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่าก็ตาม ยิ่งเสริมความเห็นจากรุ่นพี่อย่างพอล สโคลส์ก็ยิ่งสะท้อนว่าแรชฟอร์ดอาจไม่เหมาะกับการยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า “ แรชฟอร์ดเป็นผู้เล่นทีดี แต่ถ้าถามว่าเค้าเป็นกองหน้าโดยธรรมชาติไหม ผมว่าไม่ คุณดูเท็ดดี้ เชอริงแฮมเล่นซิ เค้าโดนบอลไม่มากนักในแต่ละเกม แต่เค้าหาพื้นที่สุดท้ายในการเข้าทำได้เก่งสุดๆ ศูนย์หน้าโดยธรรมชาติจะแสดงออกในลักษณะนี้ ในขณะที่แรชฟอร์ดชอบพาบอลไปเล่น มันพิสูจน์ผ่านสามเกมหลังนี่ละว่าเค้าไม่ใช่ผู้เล่นที่จะทำให้กองหลังฝั่งตรงข้ามต้องกังวลในพื้นที่สุดท้าย นั่นละปัญหา เค้าอาจจะยิงได้เยอะในเกมแรกแต่มันฝากความหวังในระยะยาวไม่ได้ ถ้าเค้าไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ”

  ขณะที่โอเว่น ไฮน์กรีฟอดีตมิดฟิลด์ผีแดงก็พูดไว้ในทำนองเดียวกัน “ ถ้าเทียบกันจริงๆผมว่ามาร์กซิยาลยังมีคุณสมบัติการเป็นกองหน้าตัวเป้ามากกว่า(แรชฟอร์ด)เสียอีก น่าเสียดายที่เค้าเล่นไม่ได้(มาร์กซิยาลมีอาการบาดเจ็บ) การเป็นกองหน้าตัวจบสกอร์มันคิดไม่เหมือนการเล่นเป็นตัวด้านข้าง คุณไม่ต้องจับบอลเยอะ ไม่ต้องเลี้ยงเยอะ ไม่ต้องจ่ายบอล คุณแต่ต้องคิดว่าทำยังไงให้เล่นบอลให้น้อยจังหวะที่สุดแต่มีลุ้นทำประตู มันเป็นเรื่องการเอาชนะกองหลัง การหนีตัวประกอบ การอ่านจังหวะบอลก่อนหน้าซึ่งถ้าพูดตรงๆแรชฟอร์ดไม่ได้แสดงออกถึงสิ่งเหล่านี้เลย เค้ามักจะลงมาต่ำเพื่อเอาบอล หรือไม่ก็ลากไปด้านข้าง ซึ่งมันไร้ประโยชน์เมี่อพื้นที่ในกรอบเขตโษไม่มีตัวรอเข้าทำ ”

แมนยู ไม่ป๊อปโดนชุดขาวถีบร่วงสโมสรฟุตบอลรวยที่สุดในโลกแล้ว

นับแต่ไร้ร่มเงาของ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ทีมปีศาจแดงก็ร้างราจากถ้วยแชมป์มาพักใหญ่กระนั้นสาวกเรดอาร์มี่ก็ยังพอใจชื้นอยู่เนื่องจากก็ยังอยู่ในทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับต้นๆของโลก โดยเมื่อปี 2561 แมนยู ยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่สองของทีมสโมสรกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุด ทว่าหลังผ่านมรสุมอย่างโชกโชนในซีซั่นที่ผ่านมา กลับทำให้ปีนี้พวกเค้าหล่นลงมาอย่างน่าใจหาย โดยปีนี้พวกเค้ากลายเป็นสโมสรที่มูลค่าสูงสุดในอันดับที่ 6 เท่านั้น แถมยังโดนรีลมาดริดแซงขึ้นไปแทนที่ในตำแหน่งสโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุดอีกต่างหาก

แมนยู

โซลชาไม่แคร์ย้ำ แมนยู ต้องทำงานหนักหากอยากกลับไปสู่จุดเดิม

   เมื่อซีซั่นก่อน แมนยู ยังคงเป็นสโมสรฟุตบอลเบอร์หนึ่งสำหรับทีมที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่าในซีซั่นนี้พวกเค้ากลับมีมูลค่าทีมที่ลดต่ำลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ถูกยักษณ์ใหญ่อย่าง รีล มาดริดและบาร์เซโลน่าแซงขึ้นไป โดย รีลมาดริด ได้ขึ้นแท่นเป็นทีมฟุตบอลที่รวยที่สุดอันดับหนึ่งแทนด้วยมูลค่า 4.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ แมนยู มีมูลค่าเพียง 3.81 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าแม้มูลค่าทีมจะไม่ติดท็อปชาร์ตเหมือนเก่า แต่ดูเหมือนกุนซือ แมนยู อย่าง โอเล่ กุนน่า โซลชา ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่ประการใด แต่กำลังทำงานหนักร่วมกับทีมเพื่อนำความสำเร็จกลับมาสู่รั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง “ ผมอยู่กับทีมชุดนี้มาแล้วและเราเห็นจุดอ่อนที่ทำให้เรายังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใช่ แน่นอนว่ายูไนเต็ดคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความสำเร็จ นั่นทำให้เราต้องกระตุ้นกันและกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณจะขาดมันไปไม่ได้ นั่นทำให้พวกเราต้องทำงานร่วมกันอย่างหนัก ”

นอกจากนี้นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ยังยืนยันอีกว่าการไล่บอลเร็วหรือเพรซซิ่งยังคงเป็นสิ่งที่เค้าอยากเน้นให้กับทีมต่อไป “ หลายคนยังจำได้ว่าสถิติการไล่เพรซซิ่งในนัดแรก(ที่โซลาชาได้คุมทีม)ที่เรารับมือกับคาร์ดิฟฟ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากๆ แถมเรายังได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ นั่นเป็นเงาสะท้อนให้เห็นแล้วว่าอะไรที่ทีมต้องมี น่าเสียดายที่การยืนระยะของพวกเราไม่ต่อเนื่อง รวมไปถึงอาการบาดเจ็บต่างๆนั่นทำให้เรายังทำผลงานได้ไม่ดีพอ ปีนี้เราต้องทำการบ้านเรื่องพละกำลัง สภาพร่างกาย รวมไปถึงการมีขนาดทีมที่พร้อมจะลงเล่นในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันแบบถี่ยิบ เราวางโปรแกรมสำหรับสิ่งเหล่านี้ไว้หมดแล้ว ” ซึ่งสาวกเรดอาร์มี่ก็คงจะมีความหวังขึ้นมาไม่น้อยเนื่องจากผลงานในช่วงปรีซีซั่นของ แมนยู นั้นเป็นไปอย่างสดใด ด้วยการอุ่นเครื่องชนะมาสามเกมรวดและยังไม่เสียประตูเลยอีกด้วย