อังเดรซานโตส รับแข้งปืนติดสบายจนไม่กระหายความสำเร็จ

 

อังเดรซานโตส

อังเดร ซานโตสอดีตแบ๊คซ้ายทีมชาติบราซิลได้ออกมาขยี้ความล้มเหลวของอาร์เซนอล โดยชี้ว่านักเตะปืนใหญ่ต่างไม่แยแสต่อความพ่ายแพ้มาตั้งแต่ยุคของเวนเกอร์แล้ว และหวังเล่นฟุตบอลให้สนุกไปวันๆเท่านั้น ซึ่งทำให้เจ้าตัวยอมรับไม่ได้และตัดสินใจอำลาทีมในที่สุด

อาร์เซนอลเคยใช้บริการอังเดร ซานโตสในช่วงปี2011-2013 ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกย้ายกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิด “ หลังผมย้ายออกไปนักข่าวเขียนกันว่าอังเดร ซานโตสไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษได้ มันตลกสิ้นดี ผมย้ายกลับบราซิลเพราะผมเบื่อการย่ำอยู่กับที่ต่างหาก ผมไม่ได้หวังแค่ลงสนามไปวันๆ ผมจากบ้านเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลในระดับสูงแต่กับอาร์เซนอลมันไม่เป็นไปตามนั้นเลย ” อังเดร ซานโตสเผยถึงสาเหตุที่อำลาทีมปืนใหญ่

“ มีครั้งหนึ่งเราแพ้ทั้งที่ควรชนะ มันทำให้ผมผิดหวัง แต่ในระหว่างที่ผมกำลังหมกหมุ่นกับตัวเองในรถบัส ผมมองไปเห็นเพื่อนนักเตะหลายคนยังคงเบิกบาน หัวเราะกันดีอยู่เลย ผมอึ้งกับภาพที่เห็น พร้อมกับพูดกับตัวเองว่านายพลาดแล้วละที่มาอยู่ที่นี่ ”

“ อาร์เซนอลเป็นสโมสรที่ดี มีความพร้อมในทุกๆด้าน มันพร้อมจนนักเตะไม่รู้สึกว่าต้องดิ้นรนอะไร ผมแฮปปี้กับชีวิตในตอนนั้น แต่ผมไม่ได้แชมป์อะไรเลย ที่สำคัญในทีมก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร นักเตะแค่มาซ้อมกัน พอลงแข่งก็พลาดกันง่ายๆ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้น ไม่มีใครกระตุ้นใคร ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยนอกที่อาร์เซนอลเท่านั้น ” แบ็คซ้ายวัย36ปีกล่าวอย่างข้องใจ

อังเดรซานโตส รำพึงไม่นึกเสียใจที่แลกเสื้อRVPจนแฟนกันเนอร์ยี้ใส่

นอกจากนี้อังเดร ซานโตสยังได้ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวของแลกเสื้อกับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่(เพิ่งย้ายจากอาร์เซนอล)กองหน้าแมนยูฯว่าเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลและไม่เคยคิดเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป “ ฟาน เพอร์ซี่เคยเป็นขวัญใจแฟนบอลอาร์เซนอล มันยากที่จะเข้าใจเมื่อเค้าย้ายไปสวมเสื้อแมนยูฯ แต่เค้าก็ยังเป็นเพื่อนผม มันคือมิตรภาพ ถ้าย้อนเวลากลับไปผมก็จะทำเหมือนเดิม แฟนบอลอังกฤษอาจไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่ที่บราซิลเราไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องทำนองนี้ ” โดยหลังจากการแลกเสื้อครั้งดังกล่าวฟูลแบ็คแซมบ้าก็หมดอนาคตกับทีมปืนใหญ่ทันที แล้วจึงถูกปล่อยตัวให้กับเกรมิโอในปี2013

อาร์เซนอล หวังกินเด็กเพิ่มเล็งโอเดการ์ดมิดฟิลด์ฟอร์มหรูชาวนอร์เวย์

อาร์เซนอล

ด้วยฝีเท้าของมาร์ติน โอเดการ์ดกองกลางดาวรุ่งของรีล โซเซียดัดที่กำลังทำไปแล้วสองประตูกับอีกสองแอสซิสต์ในลีกกระทิง ส่งผลให้ชื่อเสียงของจอมทัพชาวนอร์เวย์กลับมาเป็นที่พูดถึงกันอีกครั้ง ทำให้กุนซือที่ชื่นชอบการทำงานกับนักเตะอายุน้อยๆอย่างอูไน เอเมรี่ รู้สึกหลงไหลรัศมีของโอเดการ์ดเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่ข่าวลือที่ว่าอาร์เซนอลอาจยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อที่จะดึงตัวดาวเตะวัย20ปีมาร่วมทีม

มาร์ติน โอเดการ์ดสร้างชื่อให้กับตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยจนได้ย้ายมาเป็นสมาชิกของรีล มาดริดตั้งแต่อายุได้เพียง15ปี ทว่าจวนแล้วจวนรอดเจ้าหนูรายนี้ก็ไม่อาจก้าวขึ้นทรอดแทรกทีมชุดใญ่ของราชันย์ได้ และต้องอพยพไปพิสูจน์ฝีเท้ากับรีล โซเซียดัดในปีนี้ ซึ่งทำให้อูไน เอเมรี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทรนเนอร์ที่ชอบร่วมงานกับนักเตะดาวรุ่งอยู่เป็นทุนกำลังหาทางที่จะดึงตัวโอเดการ์ดมาช่วยงาน ซึ่งข่าวนี้ก็ยังทำให้อนาคตของเมซุต โอซิล พลเมกเกอร์เบอร์แรงของอาร์เซนอลมาถึงทางตัน และอาจต้องย้ายออกไปหาโอกาสลงเล่นกับสโมสรอื่นแทน หลังจากซีซั่นนี้อูไน เอเมรี่แทบจะไม่ได้ใช้งานโอซิลเลย แม้นักเตะจะสมบูรณ์ดี และไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเลยก็ตาม

บาซ่ารับไม้ผลัดยืมโอเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าเหนื่อย อาร์เซนอล

ทันทีที่มีข่าวลือว่าอาร์เซนอลกำลังอยากได้ตัวมาร์ติน โอเดการ์ดซึ่งดูเหมือนจะทับไลน์กับเมซุต โอซิลโดยตรง ก็ทำให้บาเซโลน่าคิดโปรเจกต์ที่จะยืมตัวจอมทัพชาวเยอรมันไปช่วยงานแทน เพราะประเมินดูแล้วอูไน เอเมรี่ก็คงยินดีหากสามารถปล่อยตัวโอซิลออกจากทีมได้จริง เนื่องจองปัจจุบันเจ้าตัวรั้งเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในทีมด้วยค่าจ้างระดับ350,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งทีมเจ้าบุญทุ่มแห่งสเปนยินยอมที่จะช่วยแบ่งจ่ายค่าเหนื่อยของโอซิลบางส่วน(อาร์เซนอลยังต้องจ่ายอยู่แต่อาจจะได้จ่ายน้อยลง)

อย่างไรก็ตามโอกาสที่โอซิลจะได้ย้ายไปเป็นสมาชิกของบาซ่าก็คงไม่ง่ายนัก เพราะสมัยค้าแข้งอยู่กับรีล มาดริดเจ้าตัวมักจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการกระทบกระทั่งกับผู้เล่นอัลซูนกราน่ามาโดยตลอด จนทำให้มีกระแสร่ำลือหนักมากว่าลีโอแนล เมสซี่เป็นคนแรกที่ไม่ขอร่วมงานกับกองกลางชาวเยอรมันอย่างเด็ดขาด และท่าทีของบอร์ดบริหารบาซ่าก็ดูเหมือนจะไม่คิดอยากผิดใจกับเมสซี่เสียด้วย

แชมเบอร์ ยันฉันอยู่ตรงนี้!ขอเสนอตัวแก้ขัดแบ๊คขวาอาร์เซนอล

แชมเบอร์

พื้นที่เกมรับฝั่งขวาของอาร์เซนอลนั้นแต่เดิมจัดเป็นพื้นที่พิเศษชนิดที่รับประกันว่าถ้าใครได้จองพื้นที่บริเวณนี้แล้วละก็รับรองติดทีมชาติทุกราย ไล่เรียงมาตั้งแต่ บัคคารี่ ซานญ่า,คาร์ล เจนกินสัน,คาลั่ม แชมเบอร์ และเอคตอร์ เบเยริน กระทั่งซีซั่นที่มันตกอยู่ภายใต้การดูแลของเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ ให้หลังจากการลงเล่นแบ๊คขวาให้อาร์เซนอลไปถึง30เกมในซีซั่นที่แล้ว ส่งผลให้เมตแลนด์-ไนล์กลายเป็นนักเตะเพียงรายเดียวในรอบหลายปีที่ไม่ได้รับการพิจารณาติดธงทีมชาติหลังจากได้รับการลงเล่นถี่ยิบขนาดนี้ มันสะท้อนให้เห็นเลยว่าเจ้าตัวไม่มีคุณสมบัติที่จะคุมพื้นที่ส่วนนี้ของทีมปืนใหญ่ได้เลย

นอกจากความเร็วอันจัดจ้านแล้วเมตแลนด์-ไนล์แทบไม่มีจุดเด่นอื่นให้เห็น ซ้ำยังคุมพื้นที่หละลวมและเข้าสกัดช้า จนนำพาให้โดนใบเหลืองแดงไล่ออกในแม็ตซ์ล่าสุดที่อาร์เซนอลดวลกับแอสตัน วิลล่าอีกต่างหาก แต่วิกฤตการต้องแข่งต่อโดยเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่านี้เองที่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะขีดเขียนเส้นทางไว้ให้กับคาลั่ม แชมเบอร์อดีตดาวรุ่งที่ดูแทบจะหมดอนาคตไปแล้วเมื่อเจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงมาแถมยังทำประตูตีเสมอให้ทีมได้อีกต่างหาก “ การลงเล่นในช่วงนี้เป็นอะไรที่วิเศษผมพอใจกับผลงานตัวเอง แม้ผมจะคิดว่าผมน่าจะเล่นได้ดีกว่านี้ ซึ่งความมั่นใจมันจะพอกพูนขึ้นหากคุณได้ลงเล่นต่อเนื่อง แล้วผมคาดหวังเช่นนั้นกับอาร์เซนอล ” แนวรับวัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

แชมเบอร์ อัดอั้นหลังซ้อมหนักมาตั้งแต่ปรีซีซั่นก่อนได้รับโอกาส

คาลั่ม แชมเบอร์จัดเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์เนื่องจากเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหลังตัวกลาง,แบ็คขวา และมิดฟิลด์ตัวรับ และดูเหมือนว่าช่วงที่เมตแลนด์-ไนล์ติดโทษแบนอยู่ก็จะเป็นโอกาสให้เจ้าตัวได้ลงเล่นแทนในตำแหน่งฟูลแบ็คฝั่งขวา “ ผมเตรียมตัวอย่างดีตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น เรามีผู้เล่นชั้นดีมากมาย ฉะนั้นผมต้องแสดงให้โค้ชเห็นว่าผมพร้อม และกระทั่งวันนี้ที่ผมได้รับโอกาส ผมต้องคว้ามันไว้ให้ได้ ผมจะแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้างเป้าหมายคือการเป็นตัวจริงกับอาร์เซนอล ”

“ การได้มีส่วนร่วมกับการทำประตู(ทำได้สองแอตซิสต์ในคาราบาวคัพ) และประตูที่ทำได้ในเกมกับวิลล่าช่วยได้มาก ตอนนี้ผมเริ่มเข้าที่เข้าทาง ซึ่งหากได้ลงเล่นบ่อยขึ้นอะไรๆคงดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งมันคงเหมือนเดิมคือผมต้องเต็มร้อยในการซ้อมเหมือนที่แล้วๆมา ” แชมเบอร์ทิ้งท้าย