คล็อปป์ ชมไม่เต็มปากบอกอ็อกซ์เลดยังฟอร์มแจ่มได้มากกว่านี้

คล็อปป์

ลิเวอร์พูลที่ฟอร์มดีมากๆในซีซั่นก่อนนั้น พวกเค้าลงเล่นโดยที่อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนแทบจะไม่มีส่วนรวมเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บยาว กระทั่งในซีซั่นนี้แฟนบอลหงส์แดงต่างเป็นห่วงว่าเจ้าตัวจะยังมีที่ว่างในทีมหรือไม่เพราะดูเหมือนแชมเบอร์เลนจะเป็นผู้เล่นที่ทับไลน์กับเซอร์ดาน ชากีรี่โดยตรง ทว่าเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าเจอร์เกน คล็อปป์ยังคงพยายามเปิดโอกาสให้แชมเบอร์เลนได้มีส่วนรวมกับทีมกระทั่งในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเกมล่าสุดเจ้าตัวโชว์ฟอร์มเทพด้วยการทำยิงเบิ้ลให้ลิเวอร์พูลบุกไปชนะเกงค์ได้4-1

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนทำสองประตูในเกมยูซีแอลด้วยลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษทั้งคู่ซึ่งทำให้เจ้านายอย่างเจอร์เกน คล็อปป์ต้องออกมาชมเชยผลงานในครั้งนี้ “ เค้า(แชมเบอร์เลน)บาดเจ็บหนักนั่นทำให้เค้าต้องค่อยปรับตัวไปทีละน้อย แต่ดูจากผลงานการทำสองประตูในวันนี้แล้วก็ต้องยอมรับว่าเค้ากำลังเข้าที่เข้าทางแล้ว ทั้งสองประตูนั้นงดงามอย่างมาก ภาพรวมของทีมถือว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไข แล้วผมก็ยังเสียดายที่เราไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้ ส่วนอ็อกซ์เลดเค้าก็ยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพราะผมรู้ว่าเค้าเล่นได้ดีกว่านี้ ”

หงส์แดงยังเสียบอลง่ายเกินไป คล็อปป์ ติงแม้จะยิงเกงค์ขาดก็ตาม

แม้ว่าผลงานของลิเวอร์พูลจะยิงประตูได้ถึง4เม็ดและรั้งอันดับสองในกลุ่มอีของยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือชาวเยอรมันก็ยังออกปากบ่นลูกทีมเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในเกมนี้ “ พวกเค้า(เกงค์)สร้างปัญหาให้เราอย่างมากในช่วงต้นเกม เราครอบครองบอลไม่ดีพอ การเสียบอลง่ายทำให้พวกเค้าได้ใจและเราเกือบโดนลงโทษ(โหม่งเข้าไปแล้วแต่ถูกจับฟาวส์) เราไม่มีสมาธิกับเกมและเราจะพลาดแบบนี้อีกไม่ได้  ”

“ เกงค์เปิดเกมแลกซึ่งทำให้เรามีโอกาสมากมาย ซึ่งเราควรยิงได้มากกว่านี้ ลิเวอร์พูลต้องรักษามาตรฐานการเล่นไว้ให้อยู่ในระดับสูงไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใครก็ตาม เราจะกลับไปแก้ไขรายละเอียดเหล่านี้กันใหม่เพื่อที่จะรับมือกับท๊อตแนม ” อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยลิเวอร์พูลจะกลับมาเตรียมทีมเพื่อต้อนรับการมาเยือนของสเปอร์สในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกมที่สำคัญเนื่องจากในเวลานี้ทีมหงส์แดงมีแต้มนำแมนเชสเตอร์ซิตี้รองจ่าฝูงลดลงมาเหลือเพียง6คะแนน หลังจากฟอร์มสะดุดในการเสมอแมนยูฯในศึกแดงเดือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปีศาจเเดง มีหนาวขนาดเป๊ปยังบอกไม่ง่ายที่จะหยุดหงส์เเดง

ปีศาจเเดง

ถ้าเทียบฟอร์มปัจจุบันระหว่างแมนยูฯกับลิเวอร์พูล ก็ต้องบอกว่าฝากปีศาจแดงคงมีส่วนเกรงฝีเท้าของหงส์แดงอยู่พอสมควร หลังจากผลงานล่าสุดคู่ปรับตลอดกาลชนะรวดในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว8เกมจนถึงขนาดเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนซิตี้แชมป์เก่าเองก็ยังออกปากว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหยุดความร้อนแรงของลิเวอร์พูล นั่นทำให้โปรแกรมนัดต่อไปที่แมนยูฯจะได้เปิดโอลด์แทร็ฟฟอร์ดต้อนรับอาคันตุกะรายนี้พวกเค้ากำลังลุ้นอย่างหนักว่าโมฮัมเหม็ด ซาล่าตัวตัวรุกของลิเวอร์พูลจะมีชื่อลงสนามหรือไม่หลังจากที่เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนโดนเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมกับเลสเตอร์

ปีศาจเเดง สะดุ้งซาล่าฟิตทันแดงเดือดแม้เจ็บเกมล่าสุดกับจิ้งจอก

อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่าซาล่ามีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเพียงเล็กน้อยแต่น่าจะฟิตกลับมาทันศึกแดงเดือดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน แม้ในแม็ตซ์ล่าสุดปีกชาวอียิปต์จะโดนฮัมซ่า ชูดูรี่ทำฟาวส์จนต้องเดินกระเพกออกจากสนามในช่วงท้ายเกม จนกลายเป็นโอกาสให้เจมส์ มิลเนอร์มีชื่อทำประตูชัยจากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแทนที่(ถ้าซาล่ายังอยู่น่าจะได้รับโอกาสยิงจุดโทษเอง)

คล็อปป์ อัดชูดูรี่น่าจะพัฒนาทักษะให้มากกว่าการไล่เตะนักบอล

     แม้ลูกรักอย่าง โม ซาล่า จะไม่ได้เจ็บหนักอะไร ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ก็ยังได้ออกมากล่าวตำหนิฮัมซ่า ชูดูรี่มิดฟิลด์ตัวตัดเกมของเลสเตอร์ว่ามีเจตนาทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ “ มันเป็นจังหวะตัดเกมที่อันตรายมาก ผมไม่ได้โลกสวย ฟุตบอลเป็นเกมของการเข้าปะทะ แต่มันเส้นบางๆคั่นกลางระหว่างการตัดเกม กับการหักข้อเท้านักฟุตบอลด้วยกัน ผมว่าเคสนี้มันเป็นการฟาวส์ที่รุนแรงเกินจำเป็น ซาล่ามีโอกาสเจ็บหนักได้เลย ”

“ เค้า(ชูดูรี่)อายุยังน้อยมีโอกาสพัฒนาอีกมาก แต่มันควรเป็นการพัฒนาด้านอื่นๆซึ่งทัศนคติที่เค้าแสดงออกในจังหวะที่เราพูดถึงนั้นมันแตกต่างเหลือเกิน ดูเหมือนเค้าจะมุ่งมั่นแต่การทำลายเกมฟุตบอลเพียงเท่านั้น มันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ” อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมีอารมณ์

อย่างไรก็ตามช่วงท้ายเกมฮัมซ่า ชูดูรี่ได้ถูกแฟนบอลโห่ไล่อย่างหนักและมีบางส่วนได้ตะโกนเหยียดผิวอีกด้วย ซึ่งทางเลสเตอร์ซิตี้ต้นสังกัดก็ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว โดยการแสดงความรุนแรงในลักษณะนี้กำลังเป็นที่แพร่ระบาดในหมู่แฟนบอลหัวรุนแรงเนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งมาร์คัช แรชฟอร์ด(แมนยูฯ),โทนี่ อับบราฮัม(เชลซี) และเคิร์ต ซูม่า(เชลซี)ต่างก็ได้รายงานกับเอฟเอในลักษณะเดียวกันมาแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการได้อย่างเด็ดขาด