ซูเนสต์ จี้ใจดำเป๊ปคงเจ็บใจหนักมากที่ไม่แย่งฟานไดค์กับหงส์

ซูเนสต์

ควันหลงความพ่ายแพ้ของแมนซิตี้นัดที่6ของฤดูกาลที่ทำให้เวลานี้พวกเค้าโดนลิเวอร์พูลทิ้งห่างไปถึง22แต้ม จนแม้แต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ต้องออกมารับอย่างเสียงอ่อยว่ายอมยกธงขาวสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเสียแล้ว ก็ทำให้แกรม ซูเนสต์อดีตตำนานของชาวเดอะค็อปทำการออกมาขยี้ความเจ็บปวดให้กับเทรนเนอร์ชาวสเปนไปอีกขั้นด้วยกันชี้ชัดว่าเป๊ปเดินหมากพลาดที่มองข้ามการเซ็นสัญญากับกองหลังอย่างเฟอร์กิล ฟาน ไดค์นั่นเอง

เมื่อราว2ปีก่อนฟาน ไดค์มีข่าวว่าพร้อมย้ายหนีเซาธ์แธมป์ตันอย่างต่อเนื่อง แล้วทีมตราเรือใบก็เป็นหนึ่งสโมสรที่ให้ความสนใจอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ในที่สุดพวกเค้าก็ปล่อยผ่านให้ลิเวอร์พูลคว้าตัวกองหลังชาวดัตซ์ไปครอง แล้วหลังจากนั้นเป็นต้นมามิติเกมรับของหงส์แดงก็เหนียวหนึบขึ้นมากแบบผิดหูผิดตาสวนทางกับแมนซิตี้ที่เกมรับอ่อนยวบไปในซีซั่นนี้ “ ถ้าพูดกันตามตรงซิตี้มีเงินทุนมหาศาลอยู่แล้วแต่พวกเค้ากลับไปคิดเซ็นสัญญากับฟาน ไดค์ นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ ถ้าเป๊ปนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปเค้าคงต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลิเวอร์พูลได้ตัวกองหลังรายนี้มาอย่างแน่นอน ”

“ ผมยืนยันมาตลอดว่าค่าตัว75ล้านปอนด์สำหรับเค้าไม่เรื่องเกินจริง แต่ในช่วงที่เค้าย้ายมาแอนด์ฟิลใหม่ๆก็ยังมีหลายคนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วเค้าก็ตอบคำถามเหล่านั้นด้วยผลงานอันแสนวิเศษ อันที่จริงฟาน ไดค์ยกระดับไปเป็นระดับโลกแล้วด้วยซ้ำไปในตอนนี้ ” แกรม ซูเนสต์อวยรุ่นน้องแบบไม่ยั้ง

ลิเวอร์พูลเตรียมใจให้ดีปีหน้าเป๊ปเข้าโหมดสู้ยิบตาแน่นอน ซูเนสต์ กล่าว

ถึงกระนั้นอดีตกัปตันหนวหินก็ยังเตือนไปยังแข้งหงส์ว่าจงเตรียมใจรับมือแมนซิตี้ในฤดูกาลหน้าให้จงดีเพราะพวกเค้าจะกลับมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม “ เป๊ปเป็นกุนซือที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เค้ามีแนวคิดในการพัฒนาทีมไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการได้เจอกันอีกครั้งกับแมนซิตี้มันจะต้องเป็นสงครามเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน มันน่าตื่นเต้นนะที่เราจะได้เห็นสุดยอดทีมแลกหมัดกันอย่างสนุก ”

“ น่าจะมีการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ในซัมเมอร์นี้ แมนซิตี้จะสร้างขุมกำลังใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เราคงได้เห็นสตาร์จากลีกอื่นๆทะยอยเข้าสู่ถิ่นอัลติฮัดกันอีกแน่ การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีหน้าจะเข้มข้นขึ้นแน่ มันคงไม่ง่าย แต่เจอร์เกน คล็อปป์ก็ถือเป็นผู้จัดการทีมที่ชอบเล่นกับความท้าทาย เค้าต้องมีวิธีรับมือกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ” อดีตแข้งหงส์วัย66ปีกล่าวทิ้งท้าย

เนวิลล์ จวกผีใช้เงินเรี่ยราดควรดูการเสริมทัพหงส์เป็นแบบอย่าง

เนวิลล์

หลังจากออกมากระตุ้นเรื่องแท็คติกและวิธีการเล่นให้อสรูแดงมาบ่อยแล้ว แกรี่ เนวิลล์ก็ถึงเวลาเปลี่ยนตีมกับเค้าบ้าง เมื่อล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาแนะนำให้อดีตต้นสังกัดศึกษาแนวทางการเสริมทัพของลิเวอร์พูลว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นแบบอย่าง เนื่องจากนักเตะที่ดึงเข้ามาเติมในทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีใครแจ้งเกิดได้เลย

นับตั้งแต่เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันวางมือไปปีศาจแดงก็เหมือนตกหลุมอากาศไปเสียดื้อๆ เพราะพวกเค้าไม่เคยเข้าใกล้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกเลย ทั้งที่ใช้เงินเสริมทัพและอัดค่าเหนื่อยผู้เล่นไปมากมาย “ เรามองดูลิเวอร์พูลเดินไล่ล่าความสำเร็จโดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย ในทางกลับกันยูไนเต็ดใช้เงินเสริมทัพมากกว่าหลายเท่า แถมยังมีค่าจ้างนักเตะรวมกันสูงเป็นอันดับสองในยุโรป มันน่าอายที่ต้องบอกว่าสโมสรเราทำเงินหล่นหายไปกับผู้เล่นที่ไม่ดีพอ ไม่ว่าจะเป็นรามาเดล ฟัลเกา,อังเคล ดิ มาเรีย และอเล็กซิส ซานเชส เพราะเราแทบจะไม่ได้ผลงานที่จับต้องได้กลับมาเลย ในขณะที่เจอร์เกน คล็อปป์ดึงมาเน่,ซาล่า และฟีร์มิโน่มาแล้วปรับตัวกับทีมได้เร็วมาก แถมพวกเค้าก็ไม่ได้ทุ่มเงินมากมายอะไรกับนักเตะเหล่านี้อีกต่างหาก มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องถอดรหัสจากคู่แข่งว่าทำไมพวกเค้าจึงใช้เงินเสริมทีมได้เห็นผลชัดเจนกว่าเรา ”

แกรี่ เนวิลล์ยังได้ตั้งข้อสังเกตุว่าผู้เล่นสำรองของแมนยูฯในยุคนี้ก็เป็นเพียงนักเตะธรรมดาๆที่อาจคาดหวังอะไรได้มาก “ คุณดูนักเตะหลักๆที่โซลชาใช้งานซิ บางตัวยังเป็นเด็กที่เพิ่งขึ้นมาจากอะคาเดมี่ด้วยซ้ำ หรือแม้แต่สำรองที่ยูไนเต็ดเปลี่ยนตัวก็มีซ้ำๆหน้าแค่ ลินการ์ด กับดาโลต์ สโมสรควรเข้าใจว่าถ้าโซลชามีตัวเลือกที่ดีกว่านี้มันก็จะมีโอกาสผลักดันทีมไปข้างหน้า ”

เนวิลล์ ลูบหลังดีลบรูโน่คือการเสริมแกร่งที่ตรงเป้าของผีแดง

แม้จะบ่นมายาวแต่อดีตแบ๊คขวาทีมชาติอังกฤษก็ยังมิวายอวยทีมเก่าที่รวบตัวบรูโน่ แฟร์นันกองกลางเชิงสูงมาช่วยงานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้สำเร็จ “ แต่สำหรับการได้ตัวบรูโน่ถือเป็นการแก้ตัวที่ดีมากเลยเชียวละ เค้าทำให้เกมของเรามีชีวิตชีวา ยูไนเต็ดต้องการมากกว่านักเตะที่เก่ง เรายังต้องการคาแรกเตอร์บางอย่าง แล้วบรูโน่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเค้ามีของ เค้ากระตุ้นทีมได้ เค้าเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา แม้จะยังไม่สามารถวัดอะไรได้เพราะมันเพิ่งเป็นเกมแรกเท่านั้น แต่บรูโน่ก็ทำให้ผมนึกถึงฮวน เวรอนเป็นอย่างมาก เพราะคุมเกมในครึ่งหลังได้อยู่หมัดเลยทีเดียว  ”

ซูเนสส์ กังวลหงส์อยู่ท่ามหลางคำสรรเสริญเยินยอมากเกินจริง

ซูเนสส์

แม้ว่าลิเวอร์พูลจะนำโด่งในพรีเมียร์ลีก และกลายเป็นเต็งแชมป์ลีกผู้ดีแบบนอนมา กระนั้นแกรม ซูเนสส์กลับย้ำเตือนนักเตะรุ่นน้องว่าต้องรักษาสมาธิไว้ให้มั่น เพราะแม้จะมีความได้เปรียบในหลายๆด้าน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าพวกเค้ายังคงไม่ได้ชูถ้วยฉลองแชมป์ อีกทั้งหากจะพิสูจน์เรื่องความยิ่งใหญ่ลิเวอร์พูลก็ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้าแชมป์ต่อเนื่องให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ลิเวอร์พูลชุดปัจจุบันกำลังถูกยกเปรียบเทียบกับอาร์เซนอลชุดแชมป์ไร้พ่ายในฤดูกาล2003/04 และแมนเชสเตอร์ซิตี้ชุดแชมป์ฤดูกาล2017/18ที่เก็บแต้มได้ถึง100คะแนน ซึ่งซูเนสส์ไม่เห็นด้วยกับการเชิดชูผลงานของทีมก่อนที่จะคว้าแชมป์ “ ลิเวอร์พูลชุดนี้ทำผลงานได้ดี แต่เราไม่ควรด่วสรุปเรื่องความไร้เทียมทาน หรือพูดกันไปว่านี่คือความสมบูรณ์แบบ ผมกำลังพูดถึงแนวทางการเล่นที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่ทีมที่ลงสนามด้วยแนวคิดว่าต้องไม่แพ้อะ มันแตกต่างกันมาก และผมไม่อยากให้พวกเราหลงไหลในคำเยินยอเหล่านั้น ”

“ ถ้าเราคว้าแชมป์ลีกติดต่อกัน5สมัยและเข้าชิงยูซีแอลได้บ่อยๆเราอาจเข้าสู่คำว่า ยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้ผมว่ายังเร็วไปที่เราจะพูดเรื่องนั้น ฉะนั้นผมอยากให้ผู้เล่นทุกคนปิดหูปิดตาแล้วลงเล่นด้วยทัศนคติแบบเดิมต่อไปเรื่อยๆ ” ซูเนสส์แนะนำนักเตะลิเวอร์

ซูเนสส์ รับปีนี้อะไรๆก็เป็นใจแถมเรือใบพลาดบ่อยทำหงส์ชิลล์

ซูเนสส์ยังวิเคราะห์อย่างน่าสนใจว่าสถานการณ์หลายอย่างในปีนี้เอื้อให้ลิเวอร์พูลอย่างมาก จึงทำให้ทีมไม่ได้ผ่านบททดสอบที่ยากเย็นอะไรมากนัก “ ในฐานะที่ผมก็เป็นแฟนลิเวอร์พูล ผมดีใจมากกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่อีกใจผมก็ยอมรับว่าปีนี้ปัจจัยอื่นๆมันเข้าทางเราซะหมด มันทำให้เราไม่ได้เจอสถานการณ์ที่บับหัวใจบ่อยนักถ้าเทียบกับซีซั่นก่อน แน่นอนผมคิดว่าเรามีโอกาสได้แชมป์ลีกสูงมาก ”

“ คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวอย่างแมนซิตี้ก็พลาดไปเอง มันทำให้พวกเราเก็บแต้มได้เรื่อยๆแบบไม่รู้สึกกดดันอะไร ผมรู้สึกว่าหลังจากปีนี้ต่างหากที่จะเป็นบททดสอบสำคัญ ทุกทีมจะอยากเอาชนะเรา โดยเฉพาะแมนซิตี้ที่คงต้องหาแข้งดังมาเสริมอีกเพียบ ลิเวอร์พูลต้องยืนระยะให้ได้จนถึงจุดนั้นเสียก่อน เราถึงจะพูดได้เต็มปากว่าพวกเราไร้เทียมทาน ยังรวมไปถึงการทำผลงานให้ดีในยูซีแอลด้วย ผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่าสถิติไร้พ่ายเสียอีก เพราะมันเป็นโอกาสที่เราจะได้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเราจะได้ประสบการณ์อย่างมากหากผ่านไปเล่นรอบลึกๆ ” ซูเนสส์ชี้แจง

แฮนเดอร์สัน ขอร้องอย่าใช้คำว่ามีโชคกับผลงานของลิเวอร์พูลซีซั่นนี้

แฮนเดอร์สัน

ในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ตายยากอันดับหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่เพราะพวกเค้ายังไม่ปราชัยในลีก แต่ทัพหงส์แดงมักจะได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมอยู่บ่อยครั้ง จนนำพาให้พวกเค้าครองตำแหน่งจ่าฝูงอย่างสบายใจด้วยการมีคะแนนเหนือรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ถึง8แต้ม ซึ่งจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ออกมายอมรับว่าผลงานอันสวยหรูนี้ไม่ได้เพราะโชคช่วย แต่เป็นผลพวงจากการทำงานหนักของนักเตะลิเวอร์พูลทุกคน

“ ซีซั่นก่อนพวกเราทำงานกันหนักมาก สิ่งที่ได้กลับมาคือความมั่นใจที่มากขึ้น เราพลิกกลับมาเอาชนะบาซ่าได้อย่างเหลือเชื่อ แล้วเราได้ฉลองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เรากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม มันสะท้อนผ่านผลการแข่งขันในทุกๆสัปดาห์ ทีมตรงข้ามล้วนอยากเอาชนะเรา มันจึงไม่เคยเป็นเกมที่ง่ายแต่ลิเวอร์พูลก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเรื่อยมา มันเป็นสิ่งที่เราควรได้รับ ” เฮนเดอร์สันกล่าวอย่างปลื้มใจ

ในขณะที่นักวิจารณ์บางรายระบุว่าลิเวอร์พูลมีโชคที่สามารถกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้ในหลายๆครั้ง ซึ่งกัปตันทีมหงส์แดงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ “ มีคนบอกว่าทีมเรามีโชค ผมไม่เถียงนะว่าลิเวอร์พูลมีโชค แต่โชคไม่สามารถช่วยคุณคว้าสามแต้มได้ทุกสัปดาห์หรอก  การที่เราชนะมาแล้วถึง12นัดแล้วนั่นพิสูจน์ได้อย่างดีว่าลิเวอร์พูลไม่ได้พึ่งพาโชค เราสร้างความสำเร็จจากความตั้งใจและทุ่มเทของเราเอง ”

แฮนเดอร์สัน ชี้แข้งหงส์หัวใจแกร่งส่งผลให้ทีมเก็บชัยต่อเนื่อง

จากชัยชนะ12นัดในปีนี้ลิเวอร์พูลยิงประตูในช่วงท้ายเกม(หลังจากนาที80)ได้ถึง4ลูก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แม้แต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือตราเรือใบ(คู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก)ยังต้องยอมยกนิ้วให้ “ บางเกมเราเสี่ยงต่อการจบเกมด้วยการได้ผลเสมอ บางเกมเรามีโอกาสลงเอยด้วยการไม่มีแต้ม แต่ความกังวลไม่มีในหัวพวกเราเลย นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนจำฝังหัวว่าเรายังไม่แพ้ตราบเท่าที่ยังมีเวลา เราต้องเดินหน้าสู้ต่อไป มันคือทัศนคติของที่เจอร์เกน คล็อปป์ปลูกฝังให้กับเรา  ”

อดีตมิดฟิลด์ซันเดอร์แลนด์ยังชื่นชมกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์ที่ทำให้สไตล์เกมฟุตบอลของลิเวอร์พูลเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ “่ แนวทางการเล่นของเจอร์เกน คล็อปป์ คือคุณต้องก้าวไปข้างหน้า เค้ากล้าเสี่ยง นั่นทำให้ลิเวอร์พูลมีคาแรกเตอร์แบบนักสู้ ไม่ใช่แค่นักเตะหรอกที่ชอบมัน แต่แฟนบอลของเราก็มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไปด้วย ”

คล็อปป์ ชมไม่เต็มปากบอกอ็อกซ์เลดยังฟอร์มแจ่มได้มากกว่านี้

คล็อปป์

ลิเวอร์พูลที่ฟอร์มดีมากๆในซีซั่นก่อนนั้น พวกเค้าลงเล่นโดยที่อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนแทบจะไม่มีส่วนรวมเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บยาว กระทั่งในซีซั่นนี้แฟนบอลหงส์แดงต่างเป็นห่วงว่าเจ้าตัวจะยังมีที่ว่างในทีมหรือไม่เพราะดูเหมือนแชมเบอร์เลนจะเป็นผู้เล่นที่ทับไลน์กับเซอร์ดาน ชากีรี่โดยตรง ทว่าเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าเจอร์เกน คล็อปป์ยังคงพยายามเปิดโอกาสให้แชมเบอร์เลนได้มีส่วนรวมกับทีมกระทั่งในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเกมล่าสุดเจ้าตัวโชว์ฟอร์มเทพด้วยการทำยิงเบิ้ลให้ลิเวอร์พูลบุกไปชนะเกงค์ได้4-1

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนทำสองประตูในเกมยูซีแอลด้วยลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษทั้งคู่ซึ่งทำให้เจ้านายอย่างเจอร์เกน คล็อปป์ต้องออกมาชมเชยผลงานในครั้งนี้ “ เค้า(แชมเบอร์เลน)บาดเจ็บหนักนั่นทำให้เค้าต้องค่อยปรับตัวไปทีละน้อย แต่ดูจากผลงานการทำสองประตูในวันนี้แล้วก็ต้องยอมรับว่าเค้ากำลังเข้าที่เข้าทางแล้ว ทั้งสองประตูนั้นงดงามอย่างมาก ภาพรวมของทีมถือว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไข แล้วผมก็ยังเสียดายที่เราไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้ ส่วนอ็อกซ์เลดเค้าก็ยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพราะผมรู้ว่าเค้าเล่นได้ดีกว่านี้ ”

หงส์แดงยังเสียบอลง่ายเกินไป คล็อปป์ ติงแม้จะยิงเกงค์ขาดก็ตาม

แม้ว่าผลงานของลิเวอร์พูลจะยิงประตูได้ถึง4เม็ดและรั้งอันดับสองในกลุ่มอีของยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือชาวเยอรมันก็ยังออกปากบ่นลูกทีมเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในเกมนี้ “ พวกเค้า(เกงค์)สร้างปัญหาให้เราอย่างมากในช่วงต้นเกม เราครอบครองบอลไม่ดีพอ การเสียบอลง่ายทำให้พวกเค้าได้ใจและเราเกือบโดนลงโทษ(โหม่งเข้าไปแล้วแต่ถูกจับฟาวส์) เราไม่มีสมาธิกับเกมและเราจะพลาดแบบนี้อีกไม่ได้  ”

“ เกงค์เปิดเกมแลกซึ่งทำให้เรามีโอกาสมากมาย ซึ่งเราควรยิงได้มากกว่านี้ ลิเวอร์พูลต้องรักษามาตรฐานการเล่นไว้ให้อยู่ในระดับสูงไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใครก็ตาม เราจะกลับไปแก้ไขรายละเอียดเหล่านี้กันใหม่เพื่อที่จะรับมือกับท๊อตแนม ” อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยลิเวอร์พูลจะกลับมาเตรียมทีมเพื่อต้อนรับการมาเยือนของสเปอร์สในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกมที่สำคัญเนื่องจากในเวลานี้ทีมหงส์แดงมีแต้มนำแมนเชสเตอร์ซิตี้รองจ่าฝูงลดลงมาเหลือเพียง6คะแนน หลังจากฟอร์มสะดุดในการเสมอแมนยูฯในศึกแดงเดือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปีศาจเเดง มีหนาวขนาดเป๊ปยังบอกไม่ง่ายที่จะหยุดหงส์เเดง

ปีศาจเเดง

ถ้าเทียบฟอร์มปัจจุบันระหว่างแมนยูฯกับลิเวอร์พูล ก็ต้องบอกว่าฝากปีศาจแดงคงมีส่วนเกรงฝีเท้าของหงส์แดงอยู่พอสมควร หลังจากผลงานล่าสุดคู่ปรับตลอดกาลชนะรวดในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว8เกมจนถึงขนาดเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนซิตี้แชมป์เก่าเองก็ยังออกปากว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหยุดความร้อนแรงของลิเวอร์พูล นั่นทำให้โปรแกรมนัดต่อไปที่แมนยูฯจะได้เปิดโอลด์แทร็ฟฟอร์ดต้อนรับอาคันตุกะรายนี้พวกเค้ากำลังลุ้นอย่างหนักว่าโมฮัมเหม็ด ซาล่าตัวตัวรุกของลิเวอร์พูลจะมีชื่อลงสนามหรือไม่หลังจากที่เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนโดนเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมกับเลสเตอร์

ปีศาจเเดง สะดุ้งซาล่าฟิตทันแดงเดือดแม้เจ็บเกมล่าสุดกับจิ้งจอก

อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่าซาล่ามีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเพียงเล็กน้อยแต่น่าจะฟิตกลับมาทันศึกแดงเดือดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน แม้ในแม็ตซ์ล่าสุดปีกชาวอียิปต์จะโดนฮัมซ่า ชูดูรี่ทำฟาวส์จนต้องเดินกระเพกออกจากสนามในช่วงท้ายเกม จนกลายเป็นโอกาสให้เจมส์ มิลเนอร์มีชื่อทำประตูชัยจากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแทนที่(ถ้าซาล่ายังอยู่น่าจะได้รับโอกาสยิงจุดโทษเอง)

คล็อปป์ อัดชูดูรี่น่าจะพัฒนาทักษะให้มากกว่าการไล่เตะนักบอล

     แม้ลูกรักอย่าง โม ซาล่า จะไม่ได้เจ็บหนักอะไร ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ก็ยังได้ออกมากล่าวตำหนิฮัมซ่า ชูดูรี่มิดฟิลด์ตัวตัดเกมของเลสเตอร์ว่ามีเจตนาทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ “ มันเป็นจังหวะตัดเกมที่อันตรายมาก ผมไม่ได้โลกสวย ฟุตบอลเป็นเกมของการเข้าปะทะ แต่มันเส้นบางๆคั่นกลางระหว่างการตัดเกม กับการหักข้อเท้านักฟุตบอลด้วยกัน ผมว่าเคสนี้มันเป็นการฟาวส์ที่รุนแรงเกินจำเป็น ซาล่ามีโอกาสเจ็บหนักได้เลย ”

“ เค้า(ชูดูรี่)อายุยังน้อยมีโอกาสพัฒนาอีกมาก แต่มันควรเป็นการพัฒนาด้านอื่นๆซึ่งทัศนคติที่เค้าแสดงออกในจังหวะที่เราพูดถึงนั้นมันแตกต่างเหลือเกิน ดูเหมือนเค้าจะมุ่งมั่นแต่การทำลายเกมฟุตบอลเพียงเท่านั้น มันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ” อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมีอารมณ์

อย่างไรก็ตามช่วงท้ายเกมฮัมซ่า ชูดูรี่ได้ถูกแฟนบอลโห่ไล่อย่างหนักและมีบางส่วนได้ตะโกนเหยียดผิวอีกด้วย ซึ่งทางเลสเตอร์ซิตี้ต้นสังกัดก็ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว โดยการแสดงความรุนแรงในลักษณะนี้กำลังเป็นที่แพร่ระบาดในหมู่แฟนบอลหัวรุนแรงเนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งมาร์คัช แรชฟอร์ด(แมนยูฯ),โทนี่ อับบราฮัม(เชลซี) และเคิร์ต ซูม่า(เชลซี)ต่างก็ได้รายงานกับเอฟเอในลักษณะเดียวกันมาแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการได้อย่างเด็ดขาด