ปืนใหญ่ ที่มิอาจไปได้ไกลเกินกว่าขอบเขตที่เวนเกอร์เคยไปถึง

ปืนใหญ่

ครั้งหนึ่งพวกเค้าเคยเป็นทีมที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันเคยออกปากว่ารับมือยากสุดๆ ครั้งหนึ่งพวกเค้าเคยสร้างความมหัศจรรย์ที่ไม่แพ้ใครเลยในหนึ่งฤดูกาล แต่…มันเป็นอดีตไปแล้ว เพราะปัจจุบันอาร์เซนอลยังคงเกาะแกะอยู่กับพื้นที่ยูโรป้า พร้อมกับนิยามเดิมๆที่ติดมาตั้งแต่หลายปีก่อน “ พวกเค้าเป็นทีมที่ดีแต่ยังห่างไกลที่จะประสบความสำเร็จ ” แม้ว่าแฟนบอลปืนใหญ่หลายคนจะแอบหวังว่าการวางมือของอาร์แซน เวนเกอร์อาจทำให้อาร์เซนอลได้สร้างโมเมนต์ใหม่ๆขึ้นมาบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น และอาจเรียกได้ว่ายังดีไม่เท่าช่วงก่อนเวนเกอร์จะวางมือไปเลยต่างหาก

อูไน เอเมรี่ คือทายาทที่บอร์ดบริหารมองว่าจะพาปืนใหญ่กลับมาประสบความสำเร็จได้ในเวลาไม่นาน ทว่าหลังผ่านมาเข้าฤดูกาลที่สอง อาร์เซนอลก็ยังเป็นทีมที่พึ่งพาแค่ความคมของอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองเท่านั้น นอกนั้นยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เมื่อนักเตะใหม่ที่เสริมของมาอย่างนิโกล่า เปเป้ก็ยังทำได้แค่เกือบดี แต่ยังหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้ แถมเทรนเนอร์ชาวสเปนยังชอบปรับเปลี่ยนแผนการเล่นแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละเกม จนกูรูลูกหนังหลายคนยืนยันว่านักเตะของปืนใหญ่เองอาจยังไม่เข้าใจปรัชญาการทำทีมของเอเมรี่เลยด้วยซ้ำ

เอเมรี่เขวี้ยงงูใส่คอเปเป้เร่งรีบปรับตัวเพื่อเป็นที่พึ่งให้ ปืนใหญ่

   ซ้ำร้ายไปกว่า อูไน เอเมรี่ ยังยืนยันที่จะใช้งานกรานิต ชาก้าที่ขึ้นชื่อเรื่องทำทีมเสียประตูแบบง่ายๆ อีกทั้งยังชอบให้กองหลังอาร์เซนอลขึ้นบอลสั้นจากหน้าปากประตูจนทำให้โดนวัตฟอร์ดตามตีเสมอได้แบบน่าอาย2-2(อาร์เซนอลนำไปก่อน2-0) ซึ่งจุดบอดเหล่านี้เค้าไม่เคยออกมายอมรับเลยว่าเป็นวางหมากอันผิดพลาดของเค้า แต่อดีตกุนซือเซบีญ่ากลับโยนความกดดันให้นิโกล่า เปเป้สตาร์คนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากลีลล์ “ เปเป้ยังดีได้กว่านี้ และเค้าต้องปรับตัวให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ เรารู้ว่าเค้ายังสร้างประโยชน์ให้ทีมได้อีก เค้ายังหนุ่มแน่นมีความตั้งใจ และเราคาดหวังสิ่งที่ดีที่สุดจากนักเตะของเราเสมอ ”

ซึ่งหลังการฟังถ้อยแถลงนี้แฟนบอลปืนใหญ่บางส่วนรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เนื่องจากถ้าเทียบกับกรานิต ชาก้าแล้วเปเป้ยังทำผลงานได้ดีกว่ามาก เพียงแต่ยังยิงประตูแรกกับอาร์เซนอลไม่ได้เท่านั้นเอง ในขณะที่กองกลางชาวสวิตเซอร์แลนด์อยู่กับทีมมานานแต่ยังไม่สามารถคุมเกมแดนกลางปืนใหญ่ให้นิ่งได้เลยแม้แต่น้อย

ผีเเดง ใช้คนผิด!แรชฟอร์ดไม่ใช่หน้าเป้าเป็นเหตุผลงานดร็อปลงไป

ผีเเดง

โอเล กุนน่า โซลชานายใหญ่ผีเเดงเดิมพันครั้งใหญ่ในซีซั่นนี้ด้วยการขายทิ้งโรเมลู ลูกากู และให้มาร์คัส แรชฟอร์ดรับบทกองหน้าตัวเป้าแทน แม้ในนัดเปิดฤดูกาลมันจะดูดีเมื่อกองหน้าเลือดผู้ยิงยิงได้ถึงสองเม็ดในเกมไล่ยำเชลซีขาดลอย4-0 ทว่าหลังจากนั้นแรชฟอร์ดยังคลำเป้าไม่เจออีกเลย แถมผลงานของทีมก็ตกต่ำลงไปด้วยการไม่ชนะใครอีกเลย(แพ้1เสมอ2)

ซ้ำร้ายอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลก็ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่อเล็กซิส ซานเชสก็ถูกผลักไสให้อินเตอร์มิลานเอาไปใช้งานเสียอีก ทำให้เวลานี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเหลือเพียงเมสัน กรีนวู๊ดซึ่งมีอายุเพียงแค่17ปีเป็นทางเลือกเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาทันที่ว่าโซลชาคิดผิดหรือไม่ที่หั่นตัวเลือกอื่นๆทิ้งไปแล้วทุ่มความหวังไปที่มาร์คัช แรชฟอร์ดเพียงคนเดียว

สโคลส์อดีตนักเตะ ผีเเดง ชี้แรชยิงได้ก็ไม่ใช่จะฝากผีฝากไข้ได้ในตำแหน่งศูนย์หน้า

  แท้ที่จริงแล้วสถิติการทำประตูในปีก่อนของมาร์คัส แรชฟอร์ดก็เป็นรองโรเมลู ลูกากูอยู่แล้ว แม้ว่าจะได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่าก็ตาม ยิ่งเสริมความเห็นจากรุ่นพี่อย่างพอล สโคลส์ก็ยิ่งสะท้อนว่าแรชฟอร์ดอาจไม่เหมาะกับการยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า “ แรชฟอร์ดเป็นผู้เล่นทีดี แต่ถ้าถามว่าเค้าเป็นกองหน้าโดยธรรมชาติไหม ผมว่าไม่ คุณดูเท็ดดี้ เชอริงแฮมเล่นซิ เค้าโดนบอลไม่มากนักในแต่ละเกม แต่เค้าหาพื้นที่สุดท้ายในการเข้าทำได้เก่งสุดๆ ศูนย์หน้าโดยธรรมชาติจะแสดงออกในลักษณะนี้ ในขณะที่แรชฟอร์ดชอบพาบอลไปเล่น มันพิสูจน์ผ่านสามเกมหลังนี่ละว่าเค้าไม่ใช่ผู้เล่นที่จะทำให้กองหลังฝั่งตรงข้ามต้องกังวลในพื้นที่สุดท้าย นั่นละปัญหา เค้าอาจจะยิงได้เยอะในเกมแรกแต่มันฝากความหวังในระยะยาวไม่ได้ ถ้าเค้าไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ”

  ขณะที่โอเว่น ไฮน์กรีฟอดีตมิดฟิลด์ผีแดงก็พูดไว้ในทำนองเดียวกัน “ ถ้าเทียบกันจริงๆผมว่ามาร์กซิยาลยังมีคุณสมบัติการเป็นกองหน้าตัวเป้ามากกว่า(แรชฟอร์ด)เสียอีก น่าเสียดายที่เค้าเล่นไม่ได้(มาร์กซิยาลมีอาการบาดเจ็บ) การเป็นกองหน้าตัวจบสกอร์มันคิดไม่เหมือนการเล่นเป็นตัวด้านข้าง คุณไม่ต้องจับบอลเยอะ ไม่ต้องเลี้ยงเยอะ ไม่ต้องจ่ายบอล คุณแต่ต้องคิดว่าทำยังไงให้เล่นบอลให้น้อยจังหวะที่สุดแต่มีลุ้นทำประตู มันเป็นเรื่องการเอาชนะกองหลัง การหนีตัวประกอบ การอ่านจังหวะบอลก่อนหน้าซึ่งถ้าพูดตรงๆแรชฟอร์ดไม่ได้แสดงออกถึงสิ่งเหล่านี้เลย เค้ามักจะลงมาต่ำเพื่อเอาบอล หรือไม่ก็ลากไปด้านข้าง ซึ่งมันไร้ประโยชน์เมี่อพื้นที่ในกรอบเขตโษไม่มีตัวรอเข้าทำ ”

แลมพาร์ด หั่นชื่อบากาออก เตรียมย้ายรังถกสิงห์ขอยืมใช้งาน

แลมพาร์ด

ติมูเอ้ บากาโยโก้ มิดฟิลด์”สิงห์บลูส์” เชลซี มีแนวโน้มจะได้กลับไปค้าแข้งในฝรั่งเศสอีกครั้ง ภายหลังเริ่มมีการเจรจากับทีมเก่าอย่าง โมนาโก ยอมรับว่ามิดฟิลด์วัย 24 ปีที่เคยย้ายจากโมนาโกมาร่วมทีมเชลซีได้สักระยะเริ่มมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่น

จนถูกส่งตัวให้ เอซี มิลาน ยืมใช้งานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาแฟรงค์ แลมพาร์ดจึงตัดสินใจหั่นชื่อ บากาโยโก้ ออกเนื่องจากมิดฟิลด์ในทีมมีเยอะแล้วไม่ว่าจะป็น จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลี่ย์ และเอ็นโกโล่ ก็องเต้

นอกจากนี้ กาลาตาซาราย ก็ให้ความสนใจพร้อมเปิดการเจรจากับ “สิงห์บลูส์” ถึงความเป็นไปได้ในการยืมตัว ทั้งนี้ในช่วงปรีซีซั่น บากาโยโก้ มีโอกาสเล่นให้เชลซีไป 185 นาที แต่ยังไม่เข้าตาแลมพาร์ดไม่ได้ไปต่อเตรียมเก็บกระเป๋าย้ายรังอีกครั้ง

แลมพาร์ด กุนซือสิงห์บลูโดดป้อง คริสเตียน พูลิซิช

แข้งดุ้นใหม่ชาวอเมริกันอย่าง คริสเตียน พูลิซิช จะโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมภายใต้ยูนิฟอร์มสิงห์บลูในอีกไม่ช้านี้ แฟรงค์ แลมพาร์ดผู้จัดการทีมเชลซี รีบออกโรงป้อง คริสเตียน พูลิซิช ห้องเครื่องตัวใหม่ชาวอเมริกันโดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถแจ้งเกิดกับทีมได้แน่นอนดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ถูกกระชากตัวมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 64 ล้านยูโรพร้อมกับถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นตัวแทนของ เอเดน อาซาร์ด

ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ในเกมนัดเปิดสนามกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ยังไม่สามารถช่วยทีมได้มากนักสักเท่าไหร่นัก กระทั่งเชลซีตกเป็นฝ่ายแพ้ไปอย่างเละเทะ 0-4 อย่างไรก็ตามหลังจบเกม แลมพาร์ดได้ออกมาเผยถึงสาเหตุที่ไม่ส่ง พูลิซิช ลงสนามเป็นตัวจริง “คริสเตียน พูลิซิช ยังเป็นแค่เด็กอายุ 20 ปีที่เพิ่งย้ายมาจาก ดอร์ทมุนด์ หมาดๆ แน่นอนว่าเขาเก่งมากจนน่าเหลือเชื่อโดยเฉพาะจังหวะการเร่งสปีดแล้ววิ่งไปกับลูกฟุตบอล

แต่ในขณะเดียวกันผมก็มีตัวเลือกบนแผงมิดฟิลด์ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว โดยเฉพาะตำแหน่งตัวรุก ซึ่งก็ไม่อยากจะยึดติดกับ พูลิซิช เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ใครต้องกลายเป็นผู้แบกทีม และเมื่อพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างแล้วผมรู้สึกว่าการส่ง บาร์คลีย์ ยืนคู่กับ เมาท์ ตั้งแต่ต้นเกมน่าจะส่งผลดีกว่า และหากคับขันจริง ๆ ค่อยส่งเอา พูลิซิช ลงไปแก้เกมในสภาพที่สดกว่าคนอื่น ๆ” แฟรงค์ แลมพาร์ด เชื่อว่าดาวเตะอนาคตไกลรายนี้ จะโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

 

บาร์เยิน คิดโปรเจกดึงซาเน่กลับมาโชว์เพลงเตะในบุนเดสอีกครั้ง

ลีรอย ซาเน่ ที่ปัจจุบันกลายเป็นปีกฟอร์มเทพอยู่กับ แมนซิตี้ อาจได้กลับมาวาดลวดลายในบุนเดสลีก้า ลีกบ้านเกิดอีกคำรบ หลังจากมีข่าวร่ำลือกันหนาหูเหลือเกินว่า บาร์เยิน มิวนิค หมายใจจะดึงตัวไปร่วมทีม เนื่องจากสถานการณ์เรื่องการขยายสัญญากับทัพตราเรือใบดูเหมือนจะไม่คืบหน้า จนอาจทำให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกยอมใจอ่อนที่จะตอบรับข้อเสนอเพื่อลดความเสี่ยงในการเสียดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันออกไปแบบฟรีๆนั่นเอง

บาร์เยิน

บาร์เยิน เอาจริง ซาเน่ตีนิ่งสัญญาใหม่จนเป๊ปเริ่มเสียงอ่อยถ้าหมดใจก็ไม่รั้งไว้

แม้ ซาเน่ จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าในซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ต้องตกเป็นตัวสำรองของ ราฮีม สเตอริ่งและแบร์นาโด้ ซิลวา อยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เจ้าตัวรู้สึกคลางแคลงใจเกี่ยวกับสถานะในทีม จนทำให้การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ไม่คืบหน้า อันทำให้ เป็ป กวาดิโอล่า เริ่มไม่ชอบใจเช่นกัน “ ลีรอยมีบทบาทสำคัญกับทีม นั่นทำให้เรายื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับเค้า นั่นชัดเจนอยู่แล้วว่าเราให้ความสำคัญกับเขาแค่ไหน ที่เหลือก็อยู่ที่การตัดสินใจของเค้า แต่ถ้าเขาไม่อยากอยู่กับเราต่อมันก็เป็นอีกเรื่องนึง เราทำได้แค่รอดูสถานการณ์เท่านั้น ”

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเสือใต้ได้ยื่นข้อเสนอราว 70 ล้านปอนด์เพื่อให้ แมนซิตี้ พิจารณาแล้วครั้งนึง ทว่าโดนบอกปัดไปอย่างไม่ใยดี แต่เชื่อว่าหลังสถานการณ์เรื่องสัญญาของดาวเตะวัย 23 ปีที่ดูจะไม่ลงเอยง่ายๆ ทำให้ บาร์เยินมิวนิค หวังจะยื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัว ซาเน่ อีกครั้ง แม้อาจมีอุปสรรคอยู่ที่ตัวเลขค่าตัวที่สื่อหลายสำนักเชื่อว่า เป๊ป อยากเปิดโต๊ะเจรจาที่สนนราคา 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป

ซึ่งนับว่าเป็นเม็ดเงินที่เอาเรื่องสำหรับสโมสรจากเยอรมัน เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตัวและค่าเหนื่อยสำหรับทีมในเยอรมันนั้นเมื่อเทียบกับลีกชั้นนำในยุโรปแล้วถือว่าเป็นลีกที่มีกำลังจ่ายน้อยกว่าใครเพื่อน

ยอดทีมแดนไส้กรอกแม้จะเพิ่งคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าในซีซั่นที่ผ่านมา ทว่าก็ต้องสูญเสียตัวริมเส้นไปถึงสองรายพร้อมกันนั่นก็คือ อาร์เยน ร็อบเบนและฟร้องค์ ริเบรี่ ที่อำลาทีมไปแล้วทั้งคู่ และ ลีรอย ซาเน่  ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับพื้นที่ดังกล่าว หลังจากที่ปีกจอมพลิ้วทำผลงานกับ แมนซิตี้ ได้อย่างโดดเด่น ผ่านการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกสามซีซั่นด้วยสถิติลงเล่น 190 นัด ยิงได้ 52 ประตูจากทุกรายการ และมีดีกรีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วสองสมัย,ลีกคัพสองสมัย และเอฟเอคัพอีกหนึ่ง สมัย

แมนยู ไม่ป๊อปโดนชุดขาวถีบร่วงสโมสรฟุตบอลรวยที่สุดในโลกแล้ว

นับแต่ไร้ร่มเงาของ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ทีมปีศาจแดงก็ร้างราจากถ้วยแชมป์มาพักใหญ่กระนั้นสาวกเรดอาร์มี่ก็ยังพอใจชื้นอยู่เนื่องจากก็ยังอยู่ในทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับต้นๆของโลก โดยเมื่อปี 2561 แมนยู ยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่สองของทีมสโมสรกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุด ทว่าหลังผ่านมรสุมอย่างโชกโชนในซีซั่นที่ผ่านมา กลับทำให้ปีนี้พวกเค้าหล่นลงมาอย่างน่าใจหาย โดยปีนี้พวกเค้ากลายเป็นสโมสรที่มูลค่าสูงสุดในอันดับที่ 6 เท่านั้น แถมยังโดนรีลมาดริดแซงขึ้นไปแทนที่ในตำแหน่งสโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุดอีกต่างหาก

แมนยู

โซลชาไม่แคร์ย้ำ แมนยู ต้องทำงานหนักหากอยากกลับไปสู่จุดเดิม

   เมื่อซีซั่นก่อน แมนยู ยังคงเป็นสโมสรฟุตบอลเบอร์หนึ่งสำหรับทีมที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่าในซีซั่นนี้พวกเค้ากลับมีมูลค่าทีมที่ลดต่ำลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ถูกยักษณ์ใหญ่อย่าง รีล มาดริดและบาร์เซโลน่าแซงขึ้นไป โดย รีลมาดริด ได้ขึ้นแท่นเป็นทีมฟุตบอลที่รวยที่สุดอันดับหนึ่งแทนด้วยมูลค่า 4.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ แมนยู มีมูลค่าเพียง 3.81 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าแม้มูลค่าทีมจะไม่ติดท็อปชาร์ตเหมือนเก่า แต่ดูเหมือนกุนซือ แมนยู อย่าง โอเล่ กุนน่า โซลชา ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่ประการใด แต่กำลังทำงานหนักร่วมกับทีมเพื่อนำความสำเร็จกลับมาสู่รั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง “ ผมอยู่กับทีมชุดนี้มาแล้วและเราเห็นจุดอ่อนที่ทำให้เรายังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใช่ แน่นอนว่ายูไนเต็ดคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความสำเร็จ นั่นทำให้เราต้องกระตุ้นกันและกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณจะขาดมันไปไม่ได้ นั่นทำให้พวกเราต้องทำงานร่วมกันอย่างหนัก ”

นอกจากนี้นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ยังยืนยันอีกว่าการไล่บอลเร็วหรือเพรซซิ่งยังคงเป็นสิ่งที่เค้าอยากเน้นให้กับทีมต่อไป “ หลายคนยังจำได้ว่าสถิติการไล่เพรซซิ่งในนัดแรก(ที่โซลาชาได้คุมทีม)ที่เรารับมือกับคาร์ดิฟฟ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากๆ แถมเรายังได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ นั่นเป็นเงาสะท้อนให้เห็นแล้วว่าอะไรที่ทีมต้องมี น่าเสียดายที่การยืนระยะของพวกเราไม่ต่อเนื่อง รวมไปถึงอาการบาดเจ็บต่างๆนั่นทำให้เรายังทำผลงานได้ไม่ดีพอ ปีนี้เราต้องทำการบ้านเรื่องพละกำลัง สภาพร่างกาย รวมไปถึงการมีขนาดทีมที่พร้อมจะลงเล่นในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันแบบถี่ยิบ เราวางโปรแกรมสำหรับสิ่งเหล่านี้ไว้หมดแล้ว ” ซึ่งสาวกเรดอาร์มี่ก็คงจะมีความหวังขึ้นมาไม่น้อยเนื่องจากผลงานในช่วงปรีซีซั่นของ แมนยู นั้นเป็นไปอย่างสดใด ด้วยการอุ่นเครื่องชนะมาสามเกมรวดและยังไม่เสียประตูเลยอีกด้วย

มาต้า อินเนอร์มาเต็มรักผีขาดใจควักหัวใจออกมาก็เป็นสีแดง

มาต้า
แม้ปัจจุบันออร่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่แจ่มจรัสเหมือนในยุคของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน จนสตาร์อย่าง ปอล ป็อกบา ก็มีข่าวร่ำลือว่าอยากย้ายทีมออกไป รวมถึงแข้งดังรายอื่นๆ(ยูริ ตีเลมอง กองกลางดาวรุ่งที่ตกเป็นข่าวกับผีแต่ไปเซ็นสัญญากับเลสเตอร์,ดาวิด เนเรส ปีกตัวจี๊ดของ อาร์แจ๊กก็ยักไหล่ไม่สนย้ายมาช่วยแมนยู)ที่ไม่ได้รู้สึกว่ากลิ่นอายแห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นที่ดึงดูดใจเท่าไหร่นัก ทว่าสมการเหล่านี้ใช้ไม่ได้กับ ฆวน มาต้า ที่เพิ่งปลงใจยืดอายุสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปถึง 2 ปีเป็นที่เรียบร้อย แม้จะโดนลดค่าเหนื่อยด้วยก็ตาม

มิดฟิลด์ชาวสเปน โยกมาสวมยูนิฟอร์มปีศาจแดงตั้งแต่ซีซั่น 2014/15 และเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมมาตลอด และส่อแววว่าจะประกาศอำลาทีมไปเสียแล้วเมื่อช่วยท้ายซีซั่นที่ผ่านมาหลังจากไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องรายอะเลียดในการต่อสัญญา แต่ในที่สุด มาต้า ก็ยอมอ่อนข้อด้วยการลดค่าเหนื่อยลงถึง 1 ใน 4(เดิมรับค่าเหนื่อยที่ 180,000 ปอนด์/วีค แต่ปัจจุบันรับเพียง 135,000 ปอนด์/วีค)

ซึ่งเจ้าตัวออกมารับสารภาพว่ายังเชื่อมันในตราสโมสร และตั้งเป้าที่จะพา แมนยู กลับไปสู่ทำเนียบการลุ้นแชมป์อีกครั้ง “ ผมมีประสบการณ์ดีๆที่ยูไนเต็ดมากมาย แน่นอนว่าช่วงหลายปีมานี้ผลงานของเราไม่สู้ดีนัก และผมรู้สึกติดค้างพวกเค้า พวกเรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก ผมอดคิดไม่ได้ว่าหากเราคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆซักรายการอย่าง พรีเมียร์ลีก บรรยากาศเหล่านี้จะยอดเยี่ยมแค่ไหน นั่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผมอยากอยู่ต่อ ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในวันนั้น ”

นอกจากนี้ดาวเตะวัย 31 ปีที่คว้าถ้วยรางวัลกับ แมนยู มาแล้วหลายรายการ ไล่ตั้งแต่แชมป์ยูโรป้าลีก,ลีก คัพ,เอฟเอ คัพ และคอมมูนิตี้ ชิลด์ ยังยืนยันอีกว่าเค้ายังเชื่อมั่นว่าทีมยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง “ ใช่เราไม่ได้แชมป์ลีกมาหลายปีแล้ว แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนเอกลักษณ์ความเป็นยูไนเต็ด สำหรับผมเรายังคงเป็นสโมสรระดับหัวแถวของยุโรป คาแรกเตอร์ในสนามของเรานั้นชัดเจนคือเราสู้ไม่ถอย และยังเป็นทีมที่เล่นเกมรุกอย่างเร้าใจ ผมยังคงรู้สึกเป็นเกียรติที่สวมยูนิฟอร์มยูไนเต็ดเสมอ ”

อนึ่ง ฆวน มาต้า ลงสนามในสีเสื้อปีศาจแดงไปแล้วทั้งสิ้น 218 เกมกระหน่ำไป 45 ประตูจากทุกรายการ และการเลือกตัดสินใจอยู่ช่วยทีมต่อไป จะส่งผลให้เจ้าตัวอยู่ในข่ายนักเตะซีเนียร์ของทีม ที่จะได้ประคองน้องๆรวมถึงอาจได้รับบทบาทกัปตันทีมยามลงสนามอีกด้วย