บาร์เยิน คิดโปรเจกดึงซาเน่กลับมาโชว์เพลงเตะในบุนเดสอีกครั้ง

ลีรอย ซาเน่ ที่ปัจจุบันกลายเป็นปีกฟอร์มเทพอยู่กับ แมนซิตี้ อาจได้กลับมาวาดลวดลายในบุนเดสลีก้า ลีกบ้านเกิดอีกคำรบ หลังจากมีข่าวร่ำลือกันหนาหูเหลือเกินว่า บาร์เยิน มิวนิค หมายใจจะดึงตัวไปร่วมทีม เนื่องจากสถานการณ์เรื่องการขยายสัญญากับทัพตราเรือใบดูเหมือนจะไม่คืบหน้า จนอาจทำให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกยอมใจอ่อนที่จะตอบรับข้อเสนอเพื่อลดความเสี่ยงในการเสียดาวเตะดีกรีทีมชาติเยอรมันออกไปแบบฟรีๆนั่นเอง

บาร์เยิน

บาร์เยิน เอาจริง ซาเน่ตีนิ่งสัญญาใหม่จนเป๊ปเริ่มเสียงอ่อยถ้าหมดใจก็ไม่รั้งไว้

แม้ ซาเน่ จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าในซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ต้องตกเป็นตัวสำรองของ ราฮีม สเตอริ่งและแบร์นาโด้ ซิลวา อยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เจ้าตัวรู้สึกคลางแคลงใจเกี่ยวกับสถานะในทีม จนทำให้การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ไม่คืบหน้า อันทำให้ เป็ป กวาดิโอล่า เริ่มไม่ชอบใจเช่นกัน “ ลีรอยมีบทบาทสำคัญกับทีม นั่นทำให้เรายื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับเค้า นั่นชัดเจนอยู่แล้วว่าเราให้ความสำคัญกับเขาแค่ไหน ที่เหลือก็อยู่ที่การตัดสินใจของเค้า แต่ถ้าเขาไม่อยากอยู่กับเราต่อมันก็เป็นอีกเรื่องนึง เราทำได้แค่รอดูสถานการณ์เท่านั้น ”

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเสือใต้ได้ยื่นข้อเสนอราว 70 ล้านปอนด์เพื่อให้ แมนซิตี้ พิจารณาแล้วครั้งนึง ทว่าโดนบอกปัดไปอย่างไม่ใยดี แต่เชื่อว่าหลังสถานการณ์เรื่องสัญญาของดาวเตะวัย 23 ปีที่ดูจะไม่ลงเอยง่ายๆ ทำให้ บาร์เยินมิวนิค หวังจะยื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัว ซาเน่ อีกครั้ง แม้อาจมีอุปสรรคอยู่ที่ตัวเลขค่าตัวที่สื่อหลายสำนักเชื่อว่า เป๊ป อยากเปิดโต๊ะเจรจาที่สนนราคา 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป

ซึ่งนับว่าเป็นเม็ดเงินที่เอาเรื่องสำหรับสโมสรจากเยอรมัน เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตัวและค่าเหนื่อยสำหรับทีมในเยอรมันนั้นเมื่อเทียบกับลีกชั้นนำในยุโรปแล้วถือว่าเป็นลีกที่มีกำลังจ่ายน้อยกว่าใครเพื่อน

ยอดทีมแดนไส้กรอกแม้จะเพิ่งคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าในซีซั่นที่ผ่านมา ทว่าก็ต้องสูญเสียตัวริมเส้นไปถึงสองรายพร้อมกันนั่นก็คือ อาร์เยน ร็อบเบนและฟร้องค์ ริเบรี่ ที่อำลาทีมไปแล้วทั้งคู่ และ ลีรอย ซาเน่  ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับพื้นที่ดังกล่าว หลังจากที่ปีกจอมพลิ้วทำผลงานกับ แมนซิตี้ ได้อย่างโดดเด่น ผ่านการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกสามซีซั่นด้วยสถิติลงเล่น 190 นัด ยิงได้ 52 ประตูจากทุกรายการ และมีดีกรีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วสองสมัย,ลีกคัพสองสมัย และเอฟเอคัพอีกหนึ่ง สมัย

แมนยู ไม่ป๊อปโดนชุดขาวถีบร่วงสโมสรฟุตบอลรวยที่สุดในโลกแล้ว

นับแต่ไร้ร่มเงาของ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ทีมปีศาจแดงก็ร้างราจากถ้วยแชมป์มาพักใหญ่กระนั้นสาวกเรดอาร์มี่ก็ยังพอใจชื้นอยู่เนื่องจากก็ยังอยู่ในทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับต้นๆของโลก โดยเมื่อปี 2561 แมนยู ยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่สองของทีมสโมสรกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุด ทว่าหลังผ่านมรสุมอย่างโชกโชนในซีซั่นที่ผ่านมา กลับทำให้ปีนี้พวกเค้าหล่นลงมาอย่างน่าใจหาย โดยปีนี้พวกเค้ากลายเป็นสโมสรที่มูลค่าสูงสุดในอันดับที่ 6 เท่านั้น แถมยังโดนรีลมาดริดแซงขึ้นไปแทนที่ในตำแหน่งสโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุดอีกต่างหาก

แมนยู

โซลชาไม่แคร์ย้ำ แมนยู ต้องทำงานหนักหากอยากกลับไปสู่จุดเดิม

   เมื่อซีซั่นก่อน แมนยู ยังคงเป็นสโมสรฟุตบอลเบอร์หนึ่งสำหรับทีมที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่าในซีซั่นนี้พวกเค้ากลับมีมูลค่าทีมที่ลดต่ำลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ถูกยักษณ์ใหญ่อย่าง รีล มาดริดและบาร์เซโลน่าแซงขึ้นไป โดย รีลมาดริด ได้ขึ้นแท่นเป็นทีมฟุตบอลที่รวยที่สุดอันดับหนึ่งแทนด้วยมูลค่า 4.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ แมนยู มีมูลค่าเพียง 3.81 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าแม้มูลค่าทีมจะไม่ติดท็อปชาร์ตเหมือนเก่า แต่ดูเหมือนกุนซือ แมนยู อย่าง โอเล่ กุนน่า โซลชา ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่ประการใด แต่กำลังทำงานหนักร่วมกับทีมเพื่อนำความสำเร็จกลับมาสู่รั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง “ ผมอยู่กับทีมชุดนี้มาแล้วและเราเห็นจุดอ่อนที่ทำให้เรายังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใช่ แน่นอนว่ายูไนเต็ดคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความสำเร็จ นั่นทำให้เราต้องกระตุ้นกันและกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณจะขาดมันไปไม่ได้ นั่นทำให้พวกเราต้องทำงานร่วมกันอย่างหนัก ”

นอกจากนี้นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ยังยืนยันอีกว่าการไล่บอลเร็วหรือเพรซซิ่งยังคงเป็นสิ่งที่เค้าอยากเน้นให้กับทีมต่อไป “ หลายคนยังจำได้ว่าสถิติการไล่เพรซซิ่งในนัดแรก(ที่โซลาชาได้คุมทีม)ที่เรารับมือกับคาร์ดิฟฟ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากๆ แถมเรายังได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ นั่นเป็นเงาสะท้อนให้เห็นแล้วว่าอะไรที่ทีมต้องมี น่าเสียดายที่การยืนระยะของพวกเราไม่ต่อเนื่อง รวมไปถึงอาการบาดเจ็บต่างๆนั่นทำให้เรายังทำผลงานได้ไม่ดีพอ ปีนี้เราต้องทำการบ้านเรื่องพละกำลัง สภาพร่างกาย รวมไปถึงการมีขนาดทีมที่พร้อมจะลงเล่นในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันแบบถี่ยิบ เราวางโปรแกรมสำหรับสิ่งเหล่านี้ไว้หมดแล้ว ” ซึ่งสาวกเรดอาร์มี่ก็คงจะมีความหวังขึ้นมาไม่น้อยเนื่องจากผลงานในช่วงปรีซีซั่นของ แมนยู นั้นเป็นไปอย่างสดใด ด้วยการอุ่นเครื่องชนะมาสามเกมรวดและยังไม่เสียประตูเลยอีกด้วย

มาต้า อินเนอร์มาเต็มรักผีขาดใจควักหัวใจออกมาก็เป็นสีแดง

มาต้า
แม้ปัจจุบันออร่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่แจ่มจรัสเหมือนในยุคของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน จนสตาร์อย่าง ปอล ป็อกบา ก็มีข่าวร่ำลือว่าอยากย้ายทีมออกไป รวมถึงแข้งดังรายอื่นๆ(ยูริ ตีเลมอง กองกลางดาวรุ่งที่ตกเป็นข่าวกับผีแต่ไปเซ็นสัญญากับเลสเตอร์,ดาวิด เนเรส ปีกตัวจี๊ดของ อาร์แจ๊กก็ยักไหล่ไม่สนย้ายมาช่วยแมนยู)ที่ไม่ได้รู้สึกว่ากลิ่นอายแห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นที่ดึงดูดใจเท่าไหร่นัก ทว่าสมการเหล่านี้ใช้ไม่ได้กับ ฆวน มาต้า ที่เพิ่งปลงใจยืดอายุสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปถึง 2 ปีเป็นที่เรียบร้อย แม้จะโดนลดค่าเหนื่อยด้วยก็ตาม

มิดฟิลด์ชาวสเปน โยกมาสวมยูนิฟอร์มปีศาจแดงตั้งแต่ซีซั่น 2014/15 และเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมมาตลอด และส่อแววว่าจะประกาศอำลาทีมไปเสียแล้วเมื่อช่วยท้ายซีซั่นที่ผ่านมาหลังจากไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องรายอะเลียดในการต่อสัญญา แต่ในที่สุด มาต้า ก็ยอมอ่อนข้อด้วยการลดค่าเหนื่อยลงถึง 1 ใน 4(เดิมรับค่าเหนื่อยที่ 180,000 ปอนด์/วีค แต่ปัจจุบันรับเพียง 135,000 ปอนด์/วีค)

ซึ่งเจ้าตัวออกมารับสารภาพว่ายังเชื่อมันในตราสโมสร และตั้งเป้าที่จะพา แมนยู กลับไปสู่ทำเนียบการลุ้นแชมป์อีกครั้ง “ ผมมีประสบการณ์ดีๆที่ยูไนเต็ดมากมาย แน่นอนว่าช่วงหลายปีมานี้ผลงานของเราไม่สู้ดีนัก และผมรู้สึกติดค้างพวกเค้า พวกเรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก ผมอดคิดไม่ได้ว่าหากเราคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆซักรายการอย่าง พรีเมียร์ลีก บรรยากาศเหล่านี้จะยอดเยี่ยมแค่ไหน นั่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผมอยากอยู่ต่อ ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในวันนั้น ”

นอกจากนี้ดาวเตะวัย 31 ปีที่คว้าถ้วยรางวัลกับ แมนยู มาแล้วหลายรายการ ไล่ตั้งแต่แชมป์ยูโรป้าลีก,ลีก คัพ,เอฟเอ คัพ และคอมมูนิตี้ ชิลด์ ยังยืนยันอีกว่าเค้ายังเชื่อมั่นว่าทีมยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง “ ใช่เราไม่ได้แชมป์ลีกมาหลายปีแล้ว แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนเอกลักษณ์ความเป็นยูไนเต็ด สำหรับผมเรายังคงเป็นสโมสรระดับหัวแถวของยุโรป คาแรกเตอร์ในสนามของเรานั้นชัดเจนคือเราสู้ไม่ถอย และยังเป็นทีมที่เล่นเกมรุกอย่างเร้าใจ ผมยังคงรู้สึกเป็นเกียรติที่สวมยูนิฟอร์มยูไนเต็ดเสมอ ”

อนึ่ง ฆวน มาต้า ลงสนามในสีเสื้อปีศาจแดงไปแล้วทั้งสิ้น 218 เกมกระหน่ำไป 45 ประตูจากทุกรายการ และการเลือกตัดสินใจอยู่ช่วยทีมต่อไป จะส่งผลให้เจ้าตัวอยู่ในข่ายนักเตะซีเนียร์ของทีม ที่จะได้ประคองน้องๆรวมถึงอาจได้รับบทบาทกัปตันทีมยามลงสนามอีกด้วย

ศึกฟุตบอลโลก ทีมชาติบราซิล ถือเป็นอีกทีมที่น่ากลัวมาก

ศึกฟุตบอลโลก ทีมชาติบราซิล

ศึกการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่น่าติดตามเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งหลายๆ คนนั้นก็ได้ลุ้นและติดตามศึกฟุตบอลโลกกันเป็นอย่างมาก ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมานั้นหลายๆ ทีมก็เปิดศึกสู้กันอย่างเต็มที่จริงๆ เลย หลายๆ คนนั้นก็ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าทางด้านทีมชาติบราซิลนั้นก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่น่ากลัวเหมือนกันนะครับเนื่องจากมีนักเตะดาวเด่นคนดังอยู่ในทีมหลายคนเช่นกัน ซึ่งก็เชื่อกันว่าทีมชาติไหนที่ได้พลาดหรือประมาทไปนั้นก็อาจจะทำให้ต้องเสียฟอร์มไปได้ง่ายๆ นั่นเอง ดังนั้นการที่ทีมชาติบราซิลมีนักเตะที่แข็งแกร่งขนาดนี้นั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีเป็นอย่างมากเพราะไม่แน่นะครับแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 นั้นทีมชาติบราซิลก็อาจจะคว้าแชมป์ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ศึกฟุตบอลโลก ทีมชาติบราซิล ทีมดังที่หลายๆ คนจับตามอง

แน่นอนนะครับว่าทีมชาติบราซิลนั้นไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งไหนก็ตามแต่หลายๆ คนก็ได้ให้ความสนใจและการันตีเป็นตัวเต็งกันแทบทุกครั้งอีกด้วย เนื่องจากทีมชาติบราซิลก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีผลงานในการเล่นที่ดีเป็นอย่างมากเลย เพราะมีนักเตะที่อยู่ในทีมระดับท๊อปฟอร์มมากมายหลายคนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น เนย์มาร์  ฟีร์มิโน่ คูตินโญ่ และ มาร์เซโล่ นั้นก็ถือเป็นนักเตะฟอร์มดีที่สามารถทำประตูและทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นก็ทำให้ฟุตบอลโลกในครั้งนี้ทางด้านทีมชาติบราซิลก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าสนใจและน่าติดตามกันเป็นอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นก็ไม่แปลกนะครับที่หลายๆ คนจะให้ความไว้วางใจว่าทีมชาติบราซิลก็จะต้องคว้าแชมป์ได้แน่นอนนั่นเองอย่างไรก็ตามนั้นทีมชาติบราซิลถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แถมยังมีนักเตะที่อยู่ในทีมอีกมากมายหลากหลายคนด้วยกัน ซึ่งแน่นอนในศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้นั้นก็น่าจะสามารถที่จะเอาชนะไปได้อย่างสบายๆ นั่นเอง

เนย์มาร์นักเตะฟอร์มดีหัวหอกสำคัญของบราซิล

แน่นอนนะครับว่าเนย์มาร์นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในการที่เจ้าตัวเล่นให้กัย เปแอสเช แล้วยิงไปถึง 54 ลูกจากการลงสนาม 83 เกมเท่านั้นก็การันตีได้เลยว่าฟอร์มของเนย์มาร์ก็ดุเดือดและร้อนแรงเป็นอย่างมากอีกด้วย ยิ่งมาผสมผสานกับนักเตะฟอร์มเก่งอย่าง ฟีร์มีโน่ คูตินโญ่ และ มาร์เซโล่ รับรองเลยว่าจะทำให้ทีมชาติบราซิลน่ากลัวและมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอนนั่นเอง