พรีเมียร์ลีก ใช้วีเออาร์พร่ำเพรือเกินไปสมาคมบอลนานาชาติติง

พรีเมียร์ลีก

เนื่องจากซีซั่นนี้พรีเมียร์ลีกได้นำเทคโลยีวีเออาร์เข้ามาทดลองใช้เป็นครั้งแรกแล้วก็ตามมาด้วยจังหวะกังขามากมาย จนนักเตะทั้ง เจมส์ มิลเนอร์ และเควิน เดอ บรอยด์ต่างเคยออกมากล่าวโจมตีก่อนหน้านี้แล้วว่าเทคโนโลยีดังกล่าวดูเหมือนจะทำลายมนตร์สเน่ห์ฟุตบอลอังกฤษไปมากมาย ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ(IFBA)หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องกฎกติกาลูกหนังก็ได้ออกมากล่าวตำหนิสมาคมฟุตบอลอังกฤษในลักษณะเดียวกันว่าเลือกหยิบเอาวีเออาร์มมาใช้อย่างไร้ความเข้าใจ

“ เราเฝ้าติดตามผลลัพธ์ของวีเออาร์ของอังกฤษมาพักใหญ่แล้วเราก็ได้หารือกันหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็ลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่ชี้ไปในทางเดียวกันว่าพรีเมียร์ลีกใช้เทคโนโลยีอย่างเกินจำเป็น แนวคิดของอีเออาร์เกิดขึ้นเพื่อสร้างความไหลลื่นให้เก็บฟุตบอล และลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด แต่ในอังกฤษทุกจังหวะไม่จะยิบย้อยหรือใหญ่โตวีเออาร์ต่างมีส่วนร่วมตลอด แน่นอนมันทำให้เกิดความล่าช้าซึ่งถือว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เราริเริ่มมันขึ้นมาใช้งาน ”

“ เมื่อมีการกลับคำตัดสินมันตามด้วยการมีทีมที่เสียประโยชน์ดังนั้นวีเออาร์จะโดนโจมตีจากทีมอื่นๆบ้างคงไม่แปลก แต่พรีเมียร์ลีกกลับเพิ่มคำถามให้กับวีเออาร์ด้วยการรีเพลย์เหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรเลยด้วยกล้องถึง15ตัว มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณต้องรีเช็คอะไรทำนองนี้ แปลว่าผู้ตัดสินเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น มันไม่ใช่เรื่องที่วีเออาร์ต้องทำหน้านี้เพราะไม่ยังงั้นเราก็ต้องใช้มันในทุกๆ30วินาทีซึ่งมันคงบ้าเอามากๆถ้าเป็นอย่างนั้น ” ลูคัส บรัดจ์ เลขาธิการทั่วไปของIFBAชี้แจง

ไบรท์ตันเป็นทีมอันดับหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากวีเออาร์มากสุดใน พรีเมียร์ลีก

ในระหว่างเดียวกันสื่อในอังกฤษก็ได้รวบรวมข้อมูลว่าตั้งแต่นำเทคโลโลยีวีเออาร์เข้ามาใช้ปรากฎว่าทีมไบรท์ตันแอนด์ โฮฟ อัลเบียนเป็นทีมที่ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากพวกเค้าถูกกลับคำตัดสินเพื่อเอื้อประโยชน์ถึง7ครั้งด้วยกัน โดยอันดับรองลงมาคือ เลสเตอร์ ซิตี้,ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส และเซาร์แธมป์ตัน ในขณะที่ลิเวอร์พูลที่หลายคนมองว่าได้รับประโยชน์จากอีเออาร์อยู่ร่ำไปกลับได้ประโยชน์ไปเพียง4ครั้งซึ่งเทียบเท่ากับแมนเชสเตอร์ซิตี้

ส่วนทีมที่ไม่เคยได้รับประโยชน์จากวีเออาร์เลยคือวูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ แต่ทีมที่เสียประโยชน์มากสุดคือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดที่โดนกลับคำตัดสินจากวีเออาร์ถึง6ครั้ง และรองลงมือคือเวสต์แฮม5ครั้ง

โอบาเมยอง ส่อย้ายหนีปืนหลังเอเยนต์ขอคุยกับฝ่ายบริหารปืนแล้ว

โอบาเมยอง

อาถรรย์กัปตันทีมของอาร์เซนอลดูเหมือนจะยังคงมีมนตร์ขลังอยู่ต่อไปเมื่อ อดีตกัปตันอย่างกรานิต ชาก้ากำลังนับถอยหลังย้ายไปเล่นให้กับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน และปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองก็กำลังมีข่าวต้องการย้ายออกในช่วงหลังปีใหม่เช่นกัน เนื่องจากดาวยิงทีมชาติกาบองไม่เชื่อน้ำยาว่าหากอยู่กับทีมปืนใหญ่ต่อไปจะมีถ้วยรางวัลติดไม้ติดมือหรือไม่นั่นเอง

สื่อในอังกฤษระบุว่าวินเซนโซ โมราบิโตเอเยนต์ส่วนตัวของโอบาเมยองกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องความชัดเจนของอนาคตกัปตันปืนโต หลังจากสัญญาของนักเตะกำลังหมดลงในอีกราวปีครึ่ง ซึ่งหากไม่สามารถหว่านล้อมให้ต่อสัญญาใหม่ได้ก็มีความจำเป็นที่อาร์เซนอลจะต้องยอมขายโอบาเมยองออกไปก่อนที่จะเสียนักเตะไปแบบไม่ได้อะไรเลย(หมดสัญญาแล้วย้ายฟรี)แม้ว่าเป้าหมายหลักของทีมปืนใหญ่จะต้องการให้นักเตะอยู่เป็นกำลังสำคัญของทีมต่อไปก็ตาม เพราะนับในซีซั่นนี้โอบาเมยองยิงให้แล้วถึง13ประตูเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามโอบาเมยองในวัย30กะรัตต้องการค้าแข้งกับทีมที่ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสม่ำเสมอและมีลุ้นที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่เข้ากับอาร์เซนอลในตอนนี้เลยเพราะพวกเค้ายังคงรั้งอันดับ.. ในศึกพรีเมียร์ลีก พร้อมทั้งโอกาสก็น้อยนิดเหลือเกินที่จะกลับมาแย่งพื้นที่ท็อปโฟร์ได้สำเร็จ

อินเตอร์,มาดริดขอบัตรคิวเจรจา โอบาเมยอง ล่วงหน้ากันแล้ว

แน่นอนว่าทันทีที่มีข่าวว่าโอบาเมยองต้องการที่จะย้ายทีมย่อมทำให้ทีมบิ๊กเนมยุโรปต่างดี๊ด๊ากันอยู่แล้ว โดยรายงานยังระบุเพิ่มเติมว่ารีล มาดริด และอินเตอร์ มิลานคือสองทีมดังที่ออกตัวก่อนใครเพื่อนว่าพร้อมล่าตัวโอบาเมยองไปร่วมทีม โดยมีการคาดการณ์กันว่าค่าตัวของกัปตันทีมปืนใหญ่น่าจะสูงถึง70ล้านปอนด์เลยทีเดียว

โอบาเมยองสถาปนาเป็นจอมถล่มตาข่ายให้อาร์เซนอลมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาในปี2018 โดยเจ้าตัวยิงไปแล้ว56ประตูจากการลงเล่น89เกม จึงทำให้ทั้งราชันย์ชุดขาว และงูใหญ่ต่างต้องการเซ้งตัวไปใช้งานต่อ แล้วที่สำคัญคือทั้งสองทีมต่างเป็นทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์ และมีชื่อไปเตะยูซีแอลอย่างสม่ำเสมออยู่แล้วจึงเป็นการยากเหลือเกินที่ทีมดังแห่งลอนดอนจะรั้งตัวกัปตันทีมรายนี้เอาไว้ได้ แม้ว่าบอร์ดบริหารจะพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่ให้กับโอบาเมยองสูงถึงสัปดาห์ละ250,000ปอนด์ก็ตาม

สโคลส์ แนะผีตั้งเป้าท็อปโฟร์ไว้ก่อนหลังสิงห์,ไก่ทำแต้มหล่น

สโคลส์

แม้ว่าซีซั่นนี้แมนยูฯจะเครื่องติดช้าหลังจากเพิ่งจะมาเก็บแต้มได้จริงจาก็ปาไปครึ่งค่อนทางเข้าไปแล้ว ทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่ต่างไม่กล้าหวังที่จะลุ้นโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ทว่าพอล สโคลส์อดีตกองกลางปีศาจแดงในยุคเรืองรองกลับกระตุ้นทีมเก่าว่าควรตั้งเป้าให้สูงเอาไว้ก่อนเพราะแต้มของพวกเค้าก็ยังห่างกับอันดับสี่อยู่ไม่มากมายอะไร

ปัจจุบันแมนยูรั้งอันดับ5ในตารางซึ่งมีแต้มตามหลังเชลซีทีมอันดับสี่เพียง5คะแนน ซึ่งพอล สโคลส์มองว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ปีศาจแดงอาจจบที่อันดับสี่ในซีซั่นนี้ “ มันคงยากที่จะแย่งอันดับ1ใน3เพราะพวกเค้าทำแต้มทิ้งห่างเกินไป แต่สำหรับอันดับ4ผมคิดว่ามันต้องเข้มข้นแน่นอน ทั้งเชลซี,สเปอร์ส และยูไนเต็ดน่าจะลุ้นกันสนุก พวกเรา(แมนยูฯ)จึงยังไม่ควรถอดใจง่ายๆ ”

“ โซลชากำลังทำทีมได้เข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อยๆมันอาจยังไม่ถึงจุดที่เราจะพูดถึงการลุ้นแชมป์ แต่สำหรับมาตรฐานที่คู่แข่งทำได้ผมคิดว่ายูไนเต็ดมีโอกาสไม่น้อยที่จะสมหวัง แม้ว่าเราเองก็คงมีสะดุดบ้างไม่มากก็น้อยเหมือนกัน ” สโคลส์ในวัย45ปีกระตุ้นทีมรัก

แมนยูฯต้องหาความสม่ำเสมอให้เจอหากอยากจบอันดับสี่ สโคลส์ แนะนำ

นอกจากนี้สโคลส์ยังได้ออกมากระตุ้นนักเตะผีแดงให้รักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ให้ได้ หลังจากที่พวกเค้ามักทำผลงานได้ดีกับทีมในกลุ่มหัวตารางแต่ก็มักจะไปเสียแต้มให้ทีมที่อ่อนชั้นกว่า “ เอกลักษณ์ของยูไนเต็ดคือความเชื่อมั่นในตัวเอง เราแสดงออกถึงมันได้อย่างดีในการเล่นกับลิเวอร์พูล,สเปอร์ส,เชลซี และแมนซิตี้ โซลชาต้องทำให้นักเตะตระหนักถึงอารมณ์เหล่านี้ในทุกๆเกม เราต้องไม่เสียแต้มง่ายๆอีกต่อไปแล้วเราจะกลับมาสู่จุดที่ยูไนเต็ดควรจะเป็น ”

“ มันไม่ง่ายเลยเมื่อเราเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมหลายคนในหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้นักเตะของเราไม่สามารถเล่นกันได้แบบเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ตอนนี้โซลชากำลังรวบรวมสิ่งเหล่านั้นกลับมาใหม่ มันมีแนวโน้มที่ดี เมื่อผู้เล่นอย่างเจมส์,แม็คโทมิเนย์ และกรีนวู๊ดต่างก้าวขึ้นมาช่วยทีมได้อย่างแข็งขัน บางทีมันอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อย แต่หากเราคว้าอันดับ4ได้ความมั่นใจในทีมจะทวีคูณมากขึ้น มันจะช่วยย่นเวลาที่จะกลับมาแข็งแกร่งของยูไนเต็ดให้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นนักเตะยูไนเต็ดทุกคนควรตระหนักให้จงดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ” สโคลส์เน้นย้ำอย่างหนักแน่น