ยูเว่ มึนแบ็คซ้ายโหว่หลังอเล็กซานโดรเดี้ยงจากเกมทีมชาติบราซิล

 

ยูเว่

เมาริซิโอ ซารี่กำลังมีปัญหาใหญ่หลังจากผ่านพ้นช่วงเบรกทีมชาติ นั่นก็คือยูเวนตุสไม่เหลือผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายให้ใช้งานเลยเนื่องจากอเล็กซานโดรได้รับบาดเจ็บจากการลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิล ในขณะที่ตัวเลือกอื่นๆอย่าง ดานิโล่ และเด ชิโญ่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บไปก่อนหน้าแล้วทั้งสิ้น

อเล็กซานโดรลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับอาร์เจนติน่าได้เพียง64นาทีเท่านั้น ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะอาการบาดเจ็บ โดยหลังจากทีมแพทย์ได้ทำการตรวจแล้วก็พบกว่าฟูลแบ๊ควัย28ปีมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา และทำให้ถูกทีมชาติบราซิลส่งกลับมารักษาตัวที่ตูรินแต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าต้องพักนานขนาดไหน ซึ่งการขาดหายไปของอเล็กซานโดรกลับส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก เนื่องจากพวกเค้าไม่มีตัวสำรองที่จะทดแทนในตำแหน่งแบ็คซ้ายอีกแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาจต้องปรับฮวน กัวดราโด้(ตำแหน่งปีกแต่เคยถูกจับเล่นแบ็คขวามาบ้างแล้ว)ลงมารับผิดชอบแทน

ซารี่นายใหญ่ ยูเว่ โดนแซวมีประตูให้เลือกถึง4รายแต่มีแบ็คซ้ายเพียงคนเดียว

อเล็กซานโดรเป็นลงปักหลักเป็นฟูลแบ็คทางฝั่งซ้ายให้กับทีมม้าลายอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เค้าลงเล่นไปแล้วกว่า14เกมและทำทางให้เพื่อนได้2แอสซิสต์ ซึ่งเมาริซิโอ ซารี่ดูจะย่ามใจกับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเค้าได้ทำการปล่อยตัวลูก้า เปเยกรินี่แบ๊คซ้ายดาวรุ่งให้กายารี่ยืมตัวไปใช้งาน จนทำให้เบียงโคเนรี่ไม่เหลือแบ็คซ้ายตัวอะไหล่ไว้สแตนบายเลย

จนทำให้สื่อดังในอิตาลี่(กัลโช่เมอกาโต้)ได้ตั้งคำถามว่าเหตุฉไนซารี่เลือกที่จะให้มีผู้รักษาประตูไว้เป็นตัวเลือกถึง4รายแต่กลับให้มีแบ็คซ้ายธรรมชาติไว้ใช้งานเพียงรายเดียว อย่างไรก็ตามพวกเค้าก็ยังเชื่อว่าทีมม้าลายจะไม่ได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บของดาวเตะแซมบ้า เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะสามารถกลับมาซื้อขายผู้เล่นกันอีกครั้ง และยูเวนตุสก็น่าจะเสริมทัพในช่วงเวลาดังกล่าว

ยูเวนตุสจัดว่าเป็นทีมที่มีตัวเลือกในตำแหน่งอื่นๆอย่างเหลือใช้ เพราะนักเตะอย่างเอ็มเร่ ชาน(กองกลาง) และมาริโอ มานด์ซูคิช(กองหน้า)ต่างก็ยังแทบจะไม่มีโอกาสได้ลงสนามเลย โดยเป็นที่คาดการณ์กันต่อไปว่าในช่วงปีใหม่เมาริซิโอ ซารี่น่าจะหาตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ๊คเข้ามาเสริมทีมอีกอย่างแน่นอน

นาโปลี ชักป่วนหลังประธานสโมสรจุ้นเรื่องจัดการนักเตะจนเกินงาม

นาโปลี

ออเรลิโอ เด เลาเรนติสประธานสโมสรนาโปลีดูเหมือนจะกำลังล้ำเส้นไปซักหน่อยแล้วสำหรับการสั่งลงโทษนักเตะด้วยการกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จนทำให้นักเตะและผู้จัดการทีมต่างแสดงอาการต่อต้านอย่างหนัก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นอีกต่างหากเนื่องจากให้หลังจากบทลงโทษดังกล่าวทัพอัซซูร่าก็ยังควานหาชัยชนะไม่เจออีกเลยตลอดการลงสนามสองเกมหลังสุด

เกมล่าสุดนาโปลีที่ได้เล่นในบ้านก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมกลุ่มท้ายตารางอย่างเจนัวได้(เสมอ0-0) หลังจากเมื่อกลางสัปดาห์พวกเค้าก็ทำได้แค่เจ๊ากับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์กมา1-1 อันเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการเข้ามาวุ่นวายเรื่องวินัยของประธานสโมสรนาโปลีในครั้งนี้กระทบต่อความมั่นใจของนักเตะเดอะเนเปิลส์เป็นอย่างมาก

ไม่เพียงเท่านั้นปฏิกิริยาของคาร์โล อันเชล็อตติและบรรดาลูกทีมก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยหลังจากเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ กุนซืออันเชล็อตติก็ได้งดการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รวมไปถึงบรรดาผู้เล่นนาโปลีต่างก็พร้อมใจกันขับรถกลับบ้านกันเองโดยไม่มีใครยอมขึ้นรถบัสที่สโมสรเตรียมไว้ให้เลยแม้แต่คนเดียว จนดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีความแตกแยกกันภายในสโมสรนาโปลีเสียแล้ว

เลาเรนติสประธานสโมสร นาโปลี ยังไม่เข็ดหวังใช้กฏหมายเล่นงานนักแตะและโค้ชซ้ำอีก

อย่างไรก็ตามแม้กระแสต่อต้านในหมู่นักเตะและผู้จัดการทีมจะประทุขึ้นแล้วก็ตาม ทว่าออเรลิโอ เด เลาเรนติสประธานสโมสรอัซซูร่าก็ยังไม่คิดจะยอมอ่อนข้อแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังหวังใช้ช่องทางกฏหมายเล่นงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการงัดข้อที่ผ่านมาอีกต่างหาก “ หลังจากพฤติกรรมหลังเกมกับซัลบวร์ก สโมสรจะขอตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้บทลงโทษตามกฎหมายกับใครก็ตามที่ทำลายภาพลักษณ์อันดีของสโมสรนาโปลี เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายตราสโมสรของเราต้องแปดเปื้อน ” คำแถลงการณ์จากสโมสรนาโปลี

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า ออเรลิโอ เด เลาเรนติส พร้อมที่จะปลดคาร์โล อันเชล็อตติพ้นจากเก้าอี้ผู้จัดการทีมจากพฤติกรรมในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากอดีตกุนซือมิลานเป็นหนึ่งในตัวการที่แสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแตแรกว่าไม่เห็นด้วยการลงโทษทางวินัยก่อนหน้านี้(บังคับให้นักเตะรวมตัวกันที่สโมสรแบบห้ามกลับบ้าน) โดยเลาเรนติสยังเชื่อว่าอันเชลอตติคือแกนนำที่ทำให้นักเตะเนเปิลส์ต่างพร้อมใจกันฝ่าฝืนคำสั่งในครั้งนี้นั่นเอง

 

 

เวนเกอร์ เห็นชอบอูไนไล่ช้าก้าพ้นกัปตันปืนหลังไม่เห็นหัวแฟนบอล

เวนเกอร์

เมื่อได้เห็นอูไน เอเมรี่ออกมาประกาศถอดกรานิต ชาก้าออกจากสถานะกัปตันทีมอาร์เซนอล ผู้จัดการทีมคนก่อนหน้าอย่างอาร์แซน เวนเกอร์ก็ได้ออกมาสนับสนุนกุนซือชาวสเปนอย่างเต็มที่ เนื่องจากสโมสรจำเป็นต้องรักษาแนวทางอันเป็นมืออาชีพเอาไว้เหนือสิ่งอื่นใด

กรานิต ชาก้าได้แสดงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่อหน้าแฟนบอลอาร์เซนอลระหว่างถูกเปลี่ยนตัวไม่ว่าจะเป็นการปาปลอกแขนทิ้ง,ยั่วยุแฟนบอล(เอามือป้องหูให้โห่ดังๆ)และตะโกนคำหยาบอีกต่างหาก โดยหลังจากรอเหตุการณ์ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์อูไน เอเมรี่ก็ได้ออกมาประกาศปลดดาวเตะชาวสวิตซ์ออกจากบทบาทผู้นำทันที

เเม้ เวนเกอร์ จะหนุนเอเมรี่เรื่องเปลี่ยนกัปตันทีม เเต่ก็ยังปกป้องชาก้าด้วยเช่นกัน

“ ผมคิดว่าเอเมรี่ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม แม้ว่ามันอาจจะช้าไปหน่อย ชาก้าตอบสนองสถานการณ์ผิดพลาดในฐานะผู้จัดการทีมคุณต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง อาร์เซนอลเป็นสโมสรชั้นนำ การที่นักเตะคนใดคนหนึ่งจะปฏิบัติตัวเช่นนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เราจำเป็นต้องรักษาจุดยืนของสโมสรเอาไว้  ” เวนเกอร์ออกโรงหนุนเอเมรี่เรื่องการปรับเปลี่ยนบทบาทกัปตันทีมของปืนใหญ่

อย่างไรก็ตามเวนเกอร์ก็ยังได้ออกตัวปกป้องชาก้าด้วยเช่นกัน “ ชาก้ามีบุคลิกที่แข็งแกร่งเค้ารู้ตัวดีว่าทำพลาด แล้วเค้าก็ออกมาขอโทษอย่างลูกผู้ชาย ผมคิดว่าเค้ายังสามารถช่วยอาร์เซนอลได้อีกมาก เพียงแค่อาจต้องให้เวลากับเค้าอีกหน่อย ”

โซคราติสลั่นเปลี่ยนกัปตันทีมไม่กระทบสปริริตแข้ง ปืน แม้แต่น้อย

แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกัปตันทีมก็ตาม ทว่าโซคราตีส ปาปาตัสโตปูลอสกองหลังตัวเก่งของอาร์เซนอลก็ยังคงยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความกลมเกลียวในทีมอย่างแน่นอน “ พวกเราทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บรรยากาศในห้องแต่งตัวพวกเราก็ยังคงเหนียวแน่น เรายังคงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พวกเรามองตากันแล้วรู้สึกได้ว่าเรายังส่งแรงใจให้กัน ในสถานการณ์เช่นนี้สปริริตในหัวใจของพวกเราเท่านั้นที่จะนำทีมกลับมาแข็งแกร่งได้ ”

“ เมื่อทีมประสบปัญหามันเป็นโจทย์ที่นักเตะทุกคนต้องช่วยกันแก้ เราไม่แบ่งแยกว่าใครก่อปัญหาซึ่งมันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ การเปลี่ยนคนสวมปลอกแขนไม่ได้ส่งผลอะไรกับพวกเราทั้งนั้น เพราะพวกเรายังคงสมัครสมานสามัคคีกันดีอยู่ ”

อย่างไรก็ตามผลงานของอาร์เซนอลนับแต่เกิดเรื่องมันกลับสวนทางกับสิ่งที่ปราการหลังชาวกรีซได้พูดไว้เลย เมื่อหลังจากเหตุการณ์ดราม่าดังกล่าวอูไน เอเมรี่ก็ยังไม่อาจพาทีมกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกเลย แถมยังเสียประตูชนิดเรี่ยราดกว่าเดิมอีกต่างหาก จนตอนนี้มีข่าวตามมาว่าอาร์เซนอลอาจไม่เพียงเปลี่ยนแปลงกัปตันทีม แต่ผู้จัดการทีมก็อาจเปลี่ยนไปด้วยก็เป็นได้?

บาซ่า ล่าเด็กแซมบ้าส่งอบิดัลฝังตัวในศูนย์ฝึกเยาวชนครูไซโร่

บาซ่า

อาจเพราะดีลการคว้าตัวเนย์มาร์ของบาเซโลน่าไม่ลุล่วง ทำให้ทีมดังแดนกระทิงชักจะเปลี่ยนแผนที่จะเฟ้นหาแข้งพรสวรรค์ชาวบราซิลมาเข้าทีมอะคาเดมี่ของทัพอัลซูนกราน่ากับเค้าบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคต และเพื่อการนี้ทีมดังแดนกระทิงได้ส่งตัวเลขาธิการฝ่ายเทคนิคอย่าง เอริค อบิดัลไปลงพื้นที่เพื่อคลุกคลีกับสโมสรครูไซโร่ด้วยตัวเอง

“ ภารกิจของผมในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ บราซิลเป็นประเทศแห่งฟุตบอลอย่างแท้จริง ผมเห็นเด็กเล่นฟุตบอลในแทบจะทุกมุมถนน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมบราซิลถึงมีประวัติศาสตร์เชิงลูกหนังที่ยอดเยี่ยม ยิ่งการได้คลุกคลีกับทีมเยาวชนของครูไซโร่ มันเหมือนช่วยเปิดหูเปิดตาผมเลย พวกเค้ามีนักเตะพรสวรรค์ที่อายุน้อยมากมาย งานของผมคือหาคนที่แมวเพื่อดึงตัวกลับไปฝึกฝนกับทีมเยาวชนของบาเซโลน่า ” เอริค อบิดัลอดีตแบ็คซ้ายบาซ่ากล่าวถึงเป้าหมายของการเดินทางไปบราซิลในครั้งนี้

อบิดัลฝ่ายเทคนิค บาซ่า ชี้มาตรฐานทีมเยาวชนครูไซโร่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ทีมยุโรป

เอริค อบิดัลเดินทางไปฝังตัวในบราซิลได้ราวสองสัปดาห์แล้วสำหรับการเฟ้นฟาเยาวชนฝีเท้าดี “ ครูไซโร่สร้างนักเตะฝีเท้าดีให้กับทีมชาติบราซิลอย่างต่อเนื่อง นั่นคือเหตุผลที่บาเซโลน่าอยากจะเริ่มต้นกับที่นี่ เมื่อผมได้มาเห็นมาตรฐานของพวกเค้าแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง มันไม่ในแง่ฝีเท้าเท่านั้นแต่การบริการจัดการสโมสรก็ถือว่าทำได้อย่างมีประสิทธภาพเลยละ ”

นอกจากนี้อบิดัลยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกำหนดการทำงานที่คาดว่าอาจกินเวลามากกว่าที่คาดไว้ “ ผมมาที่บราซิลได้สองอาทิตย์แล้ว อย่างที่บอกที่นี่มีนักเตะผีเท้าดีมากมาย นั่นทำให้ผมต้องประเมินเวลาในการทำงานใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่านักเตะคนนั้นจะสามารก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของบาเซโลน่าได้ในอนาคต เราต้องประเมินทุกอย่างให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อขาย ”

โดยเอริค อบิดัลนั้นมีสายสัมพันธ์อันดีกับทีมเจ้าบุญทุ่มมาโดยตลอด เนื่องจากสมัยเป็นนักเตะที่เคยรับใช้บาซ่ามาอย่างยาวนาน จนทำให้ต่อมาเจ้าตัวก็ได้รับตำแหน่งเลขาธิการฝ่ายเทคนิคเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี2018 ซึ่งทำให้อดีตนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสอย่างอบิดัลจะมีบทบาทอย่างเต็มที่ในซื้อขายผู้เล่นโดยตรง และสื่อในสเปนยังระบุอีกว่าบาเซโลน่าต้องการให้อบิดัลเรียนรู้งานไปพลางๆก่อน และในอนาคตจะมีการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นประธานฝ่ายเทคนิคในลำดับต่อไป

โซลชา ได้ทีเผยยามโดนสาวกผีแดงวิจารณ์ก็ไม่เคยน้อยใจเลยซักนิด

โซลชา

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเพิ่งจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้งหลังจากบุกไปชนะนอริสมา3-1 ซึ่งเปรียบเสมือนการปลดล็อคผลงานอันแสนฝืดในช่วงหลังได้เป็นอย่างดี จนทำให้คลายความกดดันให้กับโอเล่ กุนน่า โซลชาเป็นอย่างมากหลังจากฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้เล่นเอามีข่าวว่าพร้อมจะโดนเด้งไม่เว้นแต่ละวัน โดยทันทีที่กลับมาทำงานได้อย่างสบายใจอีกครั้งโซลชาก็ได้เปิดเผยความในใจว่าตนรู้ตัวดีว่าผลงานก่อนหน้านี้นั้นถือว่าน่าผิดหวัง แต่ตนก็ไม่เคยคิดน้อยใจหรือโกรธเคืองเสียงวิจารณ์การทำงานในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเลยแม้แต่น้อย

สถานะก่อนนี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเป็นผู้จัดการทีมที่ถูกวางให้เป็นเต็งสองที่อาจตกงานในไม่ช้า หลังจากที่ผลงานของแมนยูถือว่ากระท่อนกระแท่นอย่างมากอีกทั้งเกมรุกก็ฝืดหนักยิงประตูได้ไม่เกินนัดละหนึ่งลูก(ในพรีเมียร์ลีก)ติดต่อกันมาถึง8เกม กระทั่งมาโชฟอร์มฮอตยิงสามประตูใส่ทีมนกขมิ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ ผมเคยชินกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้เล่นแล้ว ฉะนั้นมันไม่ได้ทำให้วิตกกังวลอะไร และไม่ได้โกรธเคืองความเห็นใดๆทั้งสิ้น เมื่อคุณเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมันมีความคาดหวังในระดับสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อผลงานของทีมก็ไม่เป็นไปตามที่คาดมันก็แฟร์อยู่แล้วที่คุณจะโดนด่า แต่หน้าที่คุณก็ยังมีคุณก็ต้องพุ่งสมาธิไปกับสิ่งที่ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องไปโฟกัสที่เสียงวิจารณ์เหล่านั้นเลย ” กุนซือชาวนอร์เวย์ยืนยันหนักแน่น

โซลชา รับแข้งผีใจเด็ดคืนฟอร์มได้ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนัก

ในโอกาสนี้โซลชากุนซือแมนยูฯยังได้กล่าวชื่นชมนักเตะอสูรแดงทุกคนที่ต่อสู้ร่วมกันมากระทั้งวันนี้ที่เริ่มเห็นแววว่าจะกลับมาโขว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง “ ผมดีใจกับลูกทีมของผมทุกคน ก่อนหน้านี้พวกเค้าทำงานกันอย่างหนัก แต่เราก็ยังไม่ค่อยจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ กระทั่งวันนี้พวกเรากลับมาเล่นเกมรุกได้อย่างไหลลื่นอีกครั้ง มันเป็นรางวัลที่ลูกทีมของผมควรได้รับมัน ”

“ วันนี้เราเห็นเฟร็ดกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง รวมไปถึงมาร์กซิยาลที่กลับมาช่วยเราได้ทันเวลา นักเตะเหล่านี้ผ่านช่วงยากลำบากกันมา แต่พวกเค้าไม่เคยยอมแพ้กระทั่งวันนี้พวกเค้าก็กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง พวกเรากำลังกลับเข้าสู่เส้นทางที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง และนั่นทำให้ผมมีความสุขกับทีมของผมอย่างมาก ” โซลชากล่าวอย่างมีหวัง