อังเดรซานโตส รับแข้งปืนติดสบายจนไม่กระหายความสำเร็จ

 

อังเดรซานโตส

อังเดร ซานโตสอดีตแบ๊คซ้ายทีมชาติบราซิลได้ออกมาขยี้ความล้มเหลวของอาร์เซนอล โดยชี้ว่านักเตะปืนใหญ่ต่างไม่แยแสต่อความพ่ายแพ้มาตั้งแต่ยุคของเวนเกอร์แล้ว และหวังเล่นฟุตบอลให้สนุกไปวันๆเท่านั้น ซึ่งทำให้เจ้าตัวยอมรับไม่ได้และตัดสินใจอำลาทีมในที่สุด

อาร์เซนอลเคยใช้บริการอังเดร ซานโตสในช่วงปี2011-2013 ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกย้ายกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิด “ หลังผมย้ายออกไปนักข่าวเขียนกันว่าอังเดร ซานโตสไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษได้ มันตลกสิ้นดี ผมย้ายกลับบราซิลเพราะผมเบื่อการย่ำอยู่กับที่ต่างหาก ผมไม่ได้หวังแค่ลงสนามไปวันๆ ผมจากบ้านเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลในระดับสูงแต่กับอาร์เซนอลมันไม่เป็นไปตามนั้นเลย ” อังเดร ซานโตสเผยถึงสาเหตุที่อำลาทีมปืนใหญ่

“ มีครั้งหนึ่งเราแพ้ทั้งที่ควรชนะ มันทำให้ผมผิดหวัง แต่ในระหว่างที่ผมกำลังหมกหมุ่นกับตัวเองในรถบัส ผมมองไปเห็นเพื่อนนักเตะหลายคนยังคงเบิกบาน หัวเราะกันดีอยู่เลย ผมอึ้งกับภาพที่เห็น พร้อมกับพูดกับตัวเองว่านายพลาดแล้วละที่มาอยู่ที่นี่ ”

“ อาร์เซนอลเป็นสโมสรที่ดี มีความพร้อมในทุกๆด้าน มันพร้อมจนนักเตะไม่รู้สึกว่าต้องดิ้นรนอะไร ผมแฮปปี้กับชีวิตในตอนนั้น แต่ผมไม่ได้แชมป์อะไรเลย ที่สำคัญในทีมก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร นักเตะแค่มาซ้อมกัน พอลงแข่งก็พลาดกันง่ายๆ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้น ไม่มีใครกระตุ้นใคร ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยนอกที่อาร์เซนอลเท่านั้น ” แบ็คซ้ายวัย36ปีกล่าวอย่างข้องใจ

อังเดรซานโตส รำพึงไม่นึกเสียใจที่แลกเสื้อRVPจนแฟนกันเนอร์ยี้ใส่

นอกจากนี้อังเดร ซานโตสยังได้ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เจ้าตัวของแลกเสื้อกับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่(เพิ่งย้ายจากอาร์เซนอล)กองหน้าแมนยูฯว่าเป็นไปตามแนวทางของฟุตบอลและไม่เคยคิดเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป “ ฟาน เพอร์ซี่เคยเป็นขวัญใจแฟนบอลอาร์เซนอล มันยากที่จะเข้าใจเมื่อเค้าย้ายไปสวมเสื้อแมนยูฯ แต่เค้าก็ยังเป็นเพื่อนผม มันคือมิตรภาพ ถ้าย้อนเวลากลับไปผมก็จะทำเหมือนเดิม แฟนบอลอังกฤษอาจไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่ที่บราซิลเราไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องทำนองนี้ ” โดยหลังจากการแลกเสื้อครั้งดังกล่าวฟูลแบ็คแซมบ้าก็หมดอนาคตกับทีมปืนใหญ่ทันที แล้วจึงถูกปล่อยตัวให้กับเกรมิโอในปี2013

แฮนเดอร์สัน ขอร้องอย่าใช้คำว่ามีโชคกับผลงานของลิเวอร์พูลซีซั่นนี้

แฮนเดอร์สัน

ในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ตายยากอันดับหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่เพราะพวกเค้ายังไม่ปราชัยในลีก แต่ทัพหงส์แดงมักจะได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมอยู่บ่อยครั้ง จนนำพาให้พวกเค้าครองตำแหน่งจ่าฝูงอย่างสบายใจด้วยการมีคะแนนเหนือรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ถึง8แต้ม ซึ่งจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ออกมายอมรับว่าผลงานอันสวยหรูนี้ไม่ได้เพราะโชคช่วย แต่เป็นผลพวงจากการทำงานหนักของนักเตะลิเวอร์พูลทุกคน

“ ซีซั่นก่อนพวกเราทำงานกันหนักมาก สิ่งที่ได้กลับมาคือความมั่นใจที่มากขึ้น เราพลิกกลับมาเอาชนะบาซ่าได้อย่างเหลือเชื่อ แล้วเราได้ฉลองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เรากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม มันสะท้อนผ่านผลการแข่งขันในทุกๆสัปดาห์ ทีมตรงข้ามล้วนอยากเอาชนะเรา มันจึงไม่เคยเป็นเกมที่ง่ายแต่ลิเวอร์พูลก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเรื่อยมา มันเป็นสิ่งที่เราควรได้รับ ” เฮนเดอร์สันกล่าวอย่างปลื้มใจ

ในขณะที่นักวิจารณ์บางรายระบุว่าลิเวอร์พูลมีโชคที่สามารถกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้ในหลายๆครั้ง ซึ่งกัปตันทีมหงส์แดงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ “ มีคนบอกว่าทีมเรามีโชค ผมไม่เถียงนะว่าลิเวอร์พูลมีโชค แต่โชคไม่สามารถช่วยคุณคว้าสามแต้มได้ทุกสัปดาห์หรอก  การที่เราชนะมาแล้วถึง12นัดแล้วนั่นพิสูจน์ได้อย่างดีว่าลิเวอร์พูลไม่ได้พึ่งพาโชค เราสร้างความสำเร็จจากความตั้งใจและทุ่มเทของเราเอง ”

แฮนเดอร์สัน ชี้แข้งหงส์หัวใจแกร่งส่งผลให้ทีมเก็บชัยต่อเนื่อง

จากชัยชนะ12นัดในปีนี้ลิเวอร์พูลยิงประตูในช่วงท้ายเกม(หลังจากนาที80)ได้ถึง4ลูก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แม้แต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือตราเรือใบ(คู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก)ยังต้องยอมยกนิ้วให้ “ บางเกมเราเสี่ยงต่อการจบเกมด้วยการได้ผลเสมอ บางเกมเรามีโอกาสลงเอยด้วยการไม่มีแต้ม แต่ความกังวลไม่มีในหัวพวกเราเลย นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนจำฝังหัวว่าเรายังไม่แพ้ตราบเท่าที่ยังมีเวลา เราต้องเดินหน้าสู้ต่อไป มันคือทัศนคติของที่เจอร์เกน คล็อปป์ปลูกฝังให้กับเรา  ”

อดีตมิดฟิลด์ซันเดอร์แลนด์ยังชื่นชมกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์ที่ทำให้สไตล์เกมฟุตบอลของลิเวอร์พูลเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ “่ แนวทางการเล่นของเจอร์เกน คล็อปป์ คือคุณต้องก้าวไปข้างหน้า เค้ากล้าเสี่ยง นั่นทำให้ลิเวอร์พูลมีคาแรกเตอร์แบบนักสู้ ไม่ใช่แค่นักเตะหรอกที่ชอบมัน แต่แฟนบอลของเราก็มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไปด้วย ”

ยูเว่ มึนแบ็คซ้ายโหว่หลังอเล็กซานโดรเดี้ยงจากเกมทีมชาติบราซิล

 

ยูเว่

เมาริซิโอ ซารี่กำลังมีปัญหาใหญ่หลังจากผ่านพ้นช่วงเบรกทีมชาติ นั่นก็คือยูเวนตุสไม่เหลือผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายให้ใช้งานเลยเนื่องจากอเล็กซานโดรได้รับบาดเจ็บจากการลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิล ในขณะที่ตัวเลือกอื่นๆอย่าง ดานิโล่ และเด ชิโญ่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บไปก่อนหน้าแล้วทั้งสิ้น

อเล็กซานโดรลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับอาร์เจนติน่าได้เพียง64นาทีเท่านั้น ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะอาการบาดเจ็บ โดยหลังจากทีมแพทย์ได้ทำการตรวจแล้วก็พบกว่าฟูลแบ๊ควัย28ปีมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา และทำให้ถูกทีมชาติบราซิลส่งกลับมารักษาตัวที่ตูรินแต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าต้องพักนานขนาดไหน ซึ่งการขาดหายไปของอเล็กซานโดรกลับส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก เนื่องจากพวกเค้าไม่มีตัวสำรองที่จะทดแทนในตำแหน่งแบ็คซ้ายอีกแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาจต้องปรับฮวน กัวดราโด้(ตำแหน่งปีกแต่เคยถูกจับเล่นแบ็คขวามาบ้างแล้ว)ลงมารับผิดชอบแทน

ซารี่นายใหญ่ ยูเว่ โดนแซวมีประตูให้เลือกถึง4รายแต่มีแบ็คซ้ายเพียงคนเดียว

อเล็กซานโดรเป็นลงปักหลักเป็นฟูลแบ็คทางฝั่งซ้ายให้กับทีมม้าลายอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เค้าลงเล่นไปแล้วกว่า14เกมและทำทางให้เพื่อนได้2แอสซิสต์ ซึ่งเมาริซิโอ ซารี่ดูจะย่ามใจกับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเค้าได้ทำการปล่อยตัวลูก้า เปเยกรินี่แบ๊คซ้ายดาวรุ่งให้กายารี่ยืมตัวไปใช้งาน จนทำให้เบียงโคเนรี่ไม่เหลือแบ็คซ้ายตัวอะไหล่ไว้สแตนบายเลย

จนทำให้สื่อดังในอิตาลี่(กัลโช่เมอกาโต้)ได้ตั้งคำถามว่าเหตุฉไนซารี่เลือกที่จะให้มีผู้รักษาประตูไว้เป็นตัวเลือกถึง4รายแต่กลับให้มีแบ็คซ้ายธรรมชาติไว้ใช้งานเพียงรายเดียว อย่างไรก็ตามพวกเค้าก็ยังเชื่อว่าทีมม้าลายจะไม่ได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บของดาวเตะแซมบ้า เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะสามารถกลับมาซื้อขายผู้เล่นกันอีกครั้ง และยูเวนตุสก็น่าจะเสริมทัพในช่วงเวลาดังกล่าว

ยูเวนตุสจัดว่าเป็นทีมที่มีตัวเลือกในตำแหน่งอื่นๆอย่างเหลือใช้ เพราะนักเตะอย่างเอ็มเร่ ชาน(กองกลาง) และมาริโอ มานด์ซูคิช(กองหน้า)ต่างก็ยังแทบจะไม่มีโอกาสได้ลงสนามเลย โดยเป็นที่คาดการณ์กันต่อไปว่าในช่วงปีใหม่เมาริซิโอ ซารี่น่าจะหาตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ๊คเข้ามาเสริมทีมอีกอย่างแน่นอน

นาโปลี ชักป่วนหลังประธานสโมสรจุ้นเรื่องจัดการนักเตะจนเกินงาม

นาโปลี

ออเรลิโอ เด เลาเรนติสประธานสโมสรนาโปลีดูเหมือนจะกำลังล้ำเส้นไปซักหน่อยแล้วสำหรับการสั่งลงโทษนักเตะด้วยการกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จนทำให้นักเตะและผู้จัดการทีมต่างแสดงอาการต่อต้านอย่างหนัก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นอีกต่างหากเนื่องจากให้หลังจากบทลงโทษดังกล่าวทัพอัซซูร่าก็ยังควานหาชัยชนะไม่เจออีกเลยตลอดการลงสนามสองเกมหลังสุด

เกมล่าสุดนาโปลีที่ได้เล่นในบ้านก็ยังไม่สามารถเอาชนะทีมกลุ่มท้ายตารางอย่างเจนัวได้(เสมอ0-0) หลังจากเมื่อกลางสัปดาห์พวกเค้าก็ทำได้แค่เจ๊ากับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์กมา1-1 อันเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการเข้ามาวุ่นวายเรื่องวินัยของประธานสโมสรนาโปลีในครั้งนี้กระทบต่อความมั่นใจของนักเตะเดอะเนเปิลส์เป็นอย่างมาก

ไม่เพียงเท่านั้นปฏิกิริยาของคาร์โล อันเชล็อตติและบรรดาลูกทีมก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยหลังจากเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ กุนซืออันเชล็อตติก็ได้งดการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รวมไปถึงบรรดาผู้เล่นนาโปลีต่างก็พร้อมใจกันขับรถกลับบ้านกันเองโดยไม่มีใครยอมขึ้นรถบัสที่สโมสรเตรียมไว้ให้เลยแม้แต่คนเดียว จนดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีความแตกแยกกันภายในสโมสรนาโปลีเสียแล้ว

เลาเรนติสประธานสโมสร นาโปลี ยังไม่เข็ดหวังใช้กฏหมายเล่นงานนักแตะและโค้ชซ้ำอีก

อย่างไรก็ตามแม้กระแสต่อต้านในหมู่นักเตะและผู้จัดการทีมจะประทุขึ้นแล้วก็ตาม ทว่าออเรลิโอ เด เลาเรนติสประธานสโมสรอัซซูร่าก็ยังไม่คิดจะยอมอ่อนข้อแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังหวังใช้ช่องทางกฏหมายเล่นงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการงัดข้อที่ผ่านมาอีกต่างหาก “ หลังจากพฤติกรรมหลังเกมกับซัลบวร์ก สโมสรจะขอตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้บทลงโทษตามกฎหมายกับใครก็ตามที่ทำลายภาพลักษณ์อันดีของสโมสรนาโปลี เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายตราสโมสรของเราต้องแปดเปื้อน ” คำแถลงการณ์จากสโมสรนาโปลี

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า ออเรลิโอ เด เลาเรนติส พร้อมที่จะปลดคาร์โล อันเชล็อตติพ้นจากเก้าอี้ผู้จัดการทีมจากพฤติกรรมในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากอดีตกุนซือมิลานเป็นหนึ่งในตัวการที่แสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแตแรกว่าไม่เห็นด้วยการลงโทษทางวินัยก่อนหน้านี้(บังคับให้นักเตะรวมตัวกันที่สโมสรแบบห้ามกลับบ้าน) โดยเลาเรนติสยังเชื่อว่าอันเชลอตติคือแกนนำที่ทำให้นักเตะเนเปิลส์ต่างพร้อมใจกันฝ่าฝืนคำสั่งในครั้งนี้นั่นเอง

 

 

เวนเกอร์ เห็นชอบอูไนไล่ช้าก้าพ้นกัปตันปืนหลังไม่เห็นหัวแฟนบอล

เวนเกอร์

เมื่อได้เห็นอูไน เอเมรี่ออกมาประกาศถอดกรานิต ชาก้าออกจากสถานะกัปตันทีมอาร์เซนอล ผู้จัดการทีมคนก่อนหน้าอย่างอาร์แซน เวนเกอร์ก็ได้ออกมาสนับสนุนกุนซือชาวสเปนอย่างเต็มที่ เนื่องจากสโมสรจำเป็นต้องรักษาแนวทางอันเป็นมืออาชีพเอาไว้เหนือสิ่งอื่นใด

กรานิต ชาก้าได้แสดงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมต่อหน้าแฟนบอลอาร์เซนอลระหว่างถูกเปลี่ยนตัวไม่ว่าจะเป็นการปาปลอกแขนทิ้ง,ยั่วยุแฟนบอล(เอามือป้องหูให้โห่ดังๆ)และตะโกนคำหยาบอีกต่างหาก โดยหลังจากรอเหตุการณ์ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์อูไน เอเมรี่ก็ได้ออกมาประกาศปลดดาวเตะชาวสวิตซ์ออกจากบทบาทผู้นำทันที

เเม้ เวนเกอร์ จะหนุนเอเมรี่เรื่องเปลี่ยนกัปตันทีม เเต่ก็ยังปกป้องชาก้าด้วยเช่นกัน

“ ผมคิดว่าเอเมรี่ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม แม้ว่ามันอาจจะช้าไปหน่อย ชาก้าตอบสนองสถานการณ์ผิดพลาดในฐานะผู้จัดการทีมคุณต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง อาร์เซนอลเป็นสโมสรชั้นนำ การที่นักเตะคนใดคนหนึ่งจะปฏิบัติตัวเช่นนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เราจำเป็นต้องรักษาจุดยืนของสโมสรเอาไว้  ” เวนเกอร์ออกโรงหนุนเอเมรี่เรื่องการปรับเปลี่ยนบทบาทกัปตันทีมของปืนใหญ่

อย่างไรก็ตามเวนเกอร์ก็ยังได้ออกตัวปกป้องชาก้าด้วยเช่นกัน “ ชาก้ามีบุคลิกที่แข็งแกร่งเค้ารู้ตัวดีว่าทำพลาด แล้วเค้าก็ออกมาขอโทษอย่างลูกผู้ชาย ผมคิดว่าเค้ายังสามารถช่วยอาร์เซนอลได้อีกมาก เพียงแค่อาจต้องให้เวลากับเค้าอีกหน่อย ”

โซคราติสลั่นเปลี่ยนกัปตันทีมไม่กระทบสปริริตแข้ง ปืน แม้แต่น้อย

แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกัปตันทีมก็ตาม ทว่าโซคราตีส ปาปาตัสโตปูลอสกองหลังตัวเก่งของอาร์เซนอลก็ยังคงยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความกลมเกลียวในทีมอย่างแน่นอน “ พวกเราทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บรรยากาศในห้องแต่งตัวพวกเราก็ยังคงเหนียวแน่น เรายังคงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พวกเรามองตากันแล้วรู้สึกได้ว่าเรายังส่งแรงใจให้กัน ในสถานการณ์เช่นนี้สปริริตในหัวใจของพวกเราเท่านั้นที่จะนำทีมกลับมาแข็งแกร่งได้ ”

“ เมื่อทีมประสบปัญหามันเป็นโจทย์ที่นักเตะทุกคนต้องช่วยกันแก้ เราไม่แบ่งแยกว่าใครก่อปัญหาซึ่งมันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ การเปลี่ยนคนสวมปลอกแขนไม่ได้ส่งผลอะไรกับพวกเราทั้งนั้น เพราะพวกเรายังคงสมัครสมานสามัคคีกันดีอยู่ ”

อย่างไรก็ตามผลงานของอาร์เซนอลนับแต่เกิดเรื่องมันกลับสวนทางกับสิ่งที่ปราการหลังชาวกรีซได้พูดไว้เลย เมื่อหลังจากเหตุการณ์ดราม่าดังกล่าวอูไน เอเมรี่ก็ยังไม่อาจพาทีมกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกเลย แถมยังเสียประตูชนิดเรี่ยราดกว่าเดิมอีกต่างหาก จนตอนนี้มีข่าวตามมาว่าอาร์เซนอลอาจไม่เพียงเปลี่ยนแปลงกัปตันทีม แต่ผู้จัดการทีมก็อาจเปลี่ยนไปด้วยก็เป็นได้?

บาซ่า ล่าเด็กแซมบ้าส่งอบิดัลฝังตัวในศูนย์ฝึกเยาวชนครูไซโร่

บาซ่า

อาจเพราะดีลการคว้าตัวเนย์มาร์ของบาเซโลน่าไม่ลุล่วง ทำให้ทีมดังแดนกระทิงชักจะเปลี่ยนแผนที่จะเฟ้นหาแข้งพรสวรรค์ชาวบราซิลมาเข้าทีมอะคาเดมี่ของทัพอัลซูนกราน่ากับเค้าบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในอนาคต และเพื่อการนี้ทีมดังแดนกระทิงได้ส่งตัวเลขาธิการฝ่ายเทคนิคอย่าง เอริค อบิดัลไปลงพื้นที่เพื่อคลุกคลีกับสโมสรครูไซโร่ด้วยตัวเอง

“ ภารกิจของผมในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ บราซิลเป็นประเทศแห่งฟุตบอลอย่างแท้จริง ผมเห็นเด็กเล่นฟุตบอลในแทบจะทุกมุมถนน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมบราซิลถึงมีประวัติศาสตร์เชิงลูกหนังที่ยอดเยี่ยม ยิ่งการได้คลุกคลีกับทีมเยาวชนของครูไซโร่ มันเหมือนช่วยเปิดหูเปิดตาผมเลย พวกเค้ามีนักเตะพรสวรรค์ที่อายุน้อยมากมาย งานของผมคือหาคนที่แมวเพื่อดึงตัวกลับไปฝึกฝนกับทีมเยาวชนของบาเซโลน่า ” เอริค อบิดัลอดีตแบ็คซ้ายบาซ่ากล่าวถึงเป้าหมายของการเดินทางไปบราซิลในครั้งนี้

อบิดัลฝ่ายเทคนิค บาซ่า ชี้มาตรฐานทีมเยาวชนครูไซโร่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ทีมยุโรป

เอริค อบิดัลเดินทางไปฝังตัวในบราซิลได้ราวสองสัปดาห์แล้วสำหรับการเฟ้นฟาเยาวชนฝีเท้าดี “ ครูไซโร่สร้างนักเตะฝีเท้าดีให้กับทีมชาติบราซิลอย่างต่อเนื่อง นั่นคือเหตุผลที่บาเซโลน่าอยากจะเริ่มต้นกับที่นี่ เมื่อผมได้มาเห็นมาตรฐานของพวกเค้าแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง มันไม่ในแง่ฝีเท้าเท่านั้นแต่การบริการจัดการสโมสรก็ถือว่าทำได้อย่างมีประสิทธภาพเลยละ ”

นอกจากนี้อบิดัลยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกำหนดการทำงานที่คาดว่าอาจกินเวลามากกว่าที่คาดไว้ “ ผมมาที่บราซิลได้สองอาทิตย์แล้ว อย่างที่บอกที่นี่มีนักเตะผีเท้าดีมากมาย นั่นทำให้ผมต้องประเมินเวลาในการทำงานใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่านักเตะคนนั้นจะสามารก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของบาเซโลน่าได้ในอนาคต เราต้องประเมินทุกอย่างให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อขาย ”

โดยเอริค อบิดัลนั้นมีสายสัมพันธ์อันดีกับทีมเจ้าบุญทุ่มมาโดยตลอด เนื่องจากสมัยเป็นนักเตะที่เคยรับใช้บาซ่ามาอย่างยาวนาน จนทำให้ต่อมาเจ้าตัวก็ได้รับตำแหน่งเลขาธิการฝ่ายเทคนิคเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี2018 ซึ่งทำให้อดีตนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสอย่างอบิดัลจะมีบทบาทอย่างเต็มที่ในซื้อขายผู้เล่นโดยตรง และสื่อในสเปนยังระบุอีกว่าบาเซโลน่าต้องการให้อบิดัลเรียนรู้งานไปพลางๆก่อน และในอนาคตจะมีการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นประธานฝ่ายเทคนิคในลำดับต่อไป

โซลชา ได้ทีเผยยามโดนสาวกผีแดงวิจารณ์ก็ไม่เคยน้อยใจเลยซักนิด

โซลชา

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเพิ่งจะกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้งหลังจากบุกไปชนะนอริสมา3-1 ซึ่งเปรียบเสมือนการปลดล็อคผลงานอันแสนฝืดในช่วงหลังได้เป็นอย่างดี จนทำให้คลายความกดดันให้กับโอเล่ กุนน่า โซลชาเป็นอย่างมากหลังจากฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้เล่นเอามีข่าวว่าพร้อมจะโดนเด้งไม่เว้นแต่ละวัน โดยทันทีที่กลับมาทำงานได้อย่างสบายใจอีกครั้งโซลชาก็ได้เปิดเผยความในใจว่าตนรู้ตัวดีว่าผลงานก่อนหน้านี้นั้นถือว่าน่าผิดหวัง แต่ตนก็ไม่เคยคิดน้อยใจหรือโกรธเคืองเสียงวิจารณ์การทำงานในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเลยแม้แต่น้อย

สถานะก่อนนี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเป็นผู้จัดการทีมที่ถูกวางให้เป็นเต็งสองที่อาจตกงานในไม่ช้า หลังจากที่ผลงานของแมนยูถือว่ากระท่อนกระแท่นอย่างมากอีกทั้งเกมรุกก็ฝืดหนักยิงประตูได้ไม่เกินนัดละหนึ่งลูก(ในพรีเมียร์ลีก)ติดต่อกันมาถึง8เกม กระทั่งมาโชฟอร์มฮอตยิงสามประตูใส่ทีมนกขมิ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ ผมเคยชินกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้เล่นแล้ว ฉะนั้นมันไม่ได้ทำให้วิตกกังวลอะไร และไม่ได้โกรธเคืองความเห็นใดๆทั้งสิ้น เมื่อคุณเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมันมีความคาดหวังในระดับสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อผลงานของทีมก็ไม่เป็นไปตามที่คาดมันก็แฟร์อยู่แล้วที่คุณจะโดนด่า แต่หน้าที่คุณก็ยังมีคุณก็ต้องพุ่งสมาธิไปกับสิ่งที่ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องไปโฟกัสที่เสียงวิจารณ์เหล่านั้นเลย ” กุนซือชาวนอร์เวย์ยืนยันหนักแน่น

โซลชา รับแข้งผีใจเด็ดคืนฟอร์มได้ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนัก

ในโอกาสนี้โซลชากุนซือแมนยูฯยังได้กล่าวชื่นชมนักเตะอสูรแดงทุกคนที่ต่อสู้ร่วมกันมากระทั้งวันนี้ที่เริ่มเห็นแววว่าจะกลับมาโขว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง “ ผมดีใจกับลูกทีมของผมทุกคน ก่อนหน้านี้พวกเค้าทำงานกันอย่างหนัก แต่เราก็ยังไม่ค่อยจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ กระทั่งวันนี้พวกเรากลับมาเล่นเกมรุกได้อย่างไหลลื่นอีกครั้ง มันเป็นรางวัลที่ลูกทีมของผมควรได้รับมัน ”

“ วันนี้เราเห็นเฟร็ดกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง รวมไปถึงมาร์กซิยาลที่กลับมาช่วยเราได้ทันเวลา นักเตะเหล่านี้ผ่านช่วงยากลำบากกันมา แต่พวกเค้าไม่เคยยอมแพ้กระทั่งวันนี้พวกเค้าก็กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง พวกเรากำลังกลับเข้าสู่เส้นทางที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง และนั่นทำให้ผมมีความสุขกับทีมของผมอย่างมาก ” โซลชากล่าวอย่างมีหวัง

คล็อปป์ ชมไม่เต็มปากบอกอ็อกซ์เลดยังฟอร์มแจ่มได้มากกว่านี้

คล็อปป์

ลิเวอร์พูลที่ฟอร์มดีมากๆในซีซั่นก่อนนั้น พวกเค้าลงเล่นโดยที่อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนแทบจะไม่มีส่วนรวมเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บยาว กระทั่งในซีซั่นนี้แฟนบอลหงส์แดงต่างเป็นห่วงว่าเจ้าตัวจะยังมีที่ว่างในทีมหรือไม่เพราะดูเหมือนแชมเบอร์เลนจะเป็นผู้เล่นที่ทับไลน์กับเซอร์ดาน ชากีรี่โดยตรง ทว่าเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าเจอร์เกน คล็อปป์ยังคงพยายามเปิดโอกาสให้แชมเบอร์เลนได้มีส่วนรวมกับทีมกระทั่งในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเกมล่าสุดเจ้าตัวโชว์ฟอร์มเทพด้วยการทำยิงเบิ้ลให้ลิเวอร์พูลบุกไปชนะเกงค์ได้4-1

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนทำสองประตูในเกมยูซีแอลด้วยลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษทั้งคู่ซึ่งทำให้เจ้านายอย่างเจอร์เกน คล็อปป์ต้องออกมาชมเชยผลงานในครั้งนี้ “ เค้า(แชมเบอร์เลน)บาดเจ็บหนักนั่นทำให้เค้าต้องค่อยปรับตัวไปทีละน้อย แต่ดูจากผลงานการทำสองประตูในวันนี้แล้วก็ต้องยอมรับว่าเค้ากำลังเข้าที่เข้าทางแล้ว ทั้งสองประตูนั้นงดงามอย่างมาก ภาพรวมของทีมถือว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ไข แล้วผมก็ยังเสียดายที่เราไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้ ส่วนอ็อกซ์เลดเค้าก็ยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพราะผมรู้ว่าเค้าเล่นได้ดีกว่านี้ ”

หงส์แดงยังเสียบอลง่ายเกินไป คล็อปป์ ติงแม้จะยิงเกงค์ขาดก็ตาม

แม้ว่าผลงานของลิเวอร์พูลจะยิงประตูได้ถึง4เม็ดและรั้งอันดับสองในกลุ่มอีของยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือชาวเยอรมันก็ยังออกปากบ่นลูกทีมเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในเกมนี้ “ พวกเค้า(เกงค์)สร้างปัญหาให้เราอย่างมากในช่วงต้นเกม เราครอบครองบอลไม่ดีพอ การเสียบอลง่ายทำให้พวกเค้าได้ใจและเราเกือบโดนลงโทษ(โหม่งเข้าไปแล้วแต่ถูกจับฟาวส์) เราไม่มีสมาธิกับเกมและเราจะพลาดแบบนี้อีกไม่ได้  ”

“ เกงค์เปิดเกมแลกซึ่งทำให้เรามีโอกาสมากมาย ซึ่งเราควรยิงได้มากกว่านี้ ลิเวอร์พูลต้องรักษามาตรฐานการเล่นไว้ให้อยู่ในระดับสูงไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใครก็ตาม เราจะกลับไปแก้ไขรายละเอียดเหล่านี้กันใหม่เพื่อที่จะรับมือกับท๊อตแนม ” อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น โดยลิเวอร์พูลจะกลับมาเตรียมทีมเพื่อต้อนรับการมาเยือนของสเปอร์สในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกมที่สำคัญเนื่องจากในเวลานี้ทีมหงส์แดงมีแต้มนำแมนเชสเตอร์ซิตี้รองจ่าฝูงลดลงมาเหลือเพียง6คะแนน หลังจากฟอร์มสะดุดในการเสมอแมนยูฯในศึกแดงเดือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปีศาจเเดง มีหนาวขนาดเป๊ปยังบอกไม่ง่ายที่จะหยุดหงส์เเดง

ปีศาจเเดง

ถ้าเทียบฟอร์มปัจจุบันระหว่างแมนยูฯกับลิเวอร์พูล ก็ต้องบอกว่าฝากปีศาจแดงคงมีส่วนเกรงฝีเท้าของหงส์แดงอยู่พอสมควร หลังจากผลงานล่าสุดคู่ปรับตลอดกาลชนะรวดในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว8เกมจนถึงขนาดเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนซิตี้แชมป์เก่าเองก็ยังออกปากว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหยุดความร้อนแรงของลิเวอร์พูล นั่นทำให้โปรแกรมนัดต่อไปที่แมนยูฯจะได้เปิดโอลด์แทร็ฟฟอร์ดต้อนรับอาคันตุกะรายนี้พวกเค้ากำลังลุ้นอย่างหนักว่าโมฮัมเหม็ด ซาล่าตัวตัวรุกของลิเวอร์พูลจะมีชื่อลงสนามหรือไม่หลังจากที่เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนโดนเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมกับเลสเตอร์

ปีศาจเเดง สะดุ้งซาล่าฟิตทันแดงเดือดแม้เจ็บเกมล่าสุดกับจิ้งจอก

อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่าซาล่ามีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเพียงเล็กน้อยแต่น่าจะฟิตกลับมาทันศึกแดงเดือดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน แม้ในแม็ตซ์ล่าสุดปีกชาวอียิปต์จะโดนฮัมซ่า ชูดูรี่ทำฟาวส์จนต้องเดินกระเพกออกจากสนามในช่วงท้ายเกม จนกลายเป็นโอกาสให้เจมส์ มิลเนอร์มีชื่อทำประตูชัยจากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแทนที่(ถ้าซาล่ายังอยู่น่าจะได้รับโอกาสยิงจุดโทษเอง)

คล็อปป์ อัดชูดูรี่น่าจะพัฒนาทักษะให้มากกว่าการไล่เตะนักบอล

     แม้ลูกรักอย่าง โม ซาล่า จะไม่ได้เจ็บหนักอะไร ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ก็ยังได้ออกมากล่าวตำหนิฮัมซ่า ชูดูรี่มิดฟิลด์ตัวตัดเกมของเลสเตอร์ว่ามีเจตนาทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ “ มันเป็นจังหวะตัดเกมที่อันตรายมาก ผมไม่ได้โลกสวย ฟุตบอลเป็นเกมของการเข้าปะทะ แต่มันเส้นบางๆคั่นกลางระหว่างการตัดเกม กับการหักข้อเท้านักฟุตบอลด้วยกัน ผมว่าเคสนี้มันเป็นการฟาวส์ที่รุนแรงเกินจำเป็น ซาล่ามีโอกาสเจ็บหนักได้เลย ”

“ เค้า(ชูดูรี่)อายุยังน้อยมีโอกาสพัฒนาอีกมาก แต่มันควรเป็นการพัฒนาด้านอื่นๆซึ่งทัศนคติที่เค้าแสดงออกในจังหวะที่เราพูดถึงนั้นมันแตกต่างเหลือเกิน ดูเหมือนเค้าจะมุ่งมั่นแต่การทำลายเกมฟุตบอลเพียงเท่านั้น มันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ” อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์กล่าวอย่างมีอารมณ์

อย่างไรก็ตามช่วงท้ายเกมฮัมซ่า ชูดูรี่ได้ถูกแฟนบอลโห่ไล่อย่างหนักและมีบางส่วนได้ตะโกนเหยียดผิวอีกด้วย ซึ่งทางเลสเตอร์ซิตี้ต้นสังกัดก็ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว โดยการแสดงความรุนแรงในลักษณะนี้กำลังเป็นที่แพร่ระบาดในหมู่แฟนบอลหัวรุนแรงเนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งมาร์คัช แรชฟอร์ด(แมนยูฯ),โทนี่ อับบราฮัม(เชลซี) และเคิร์ต ซูม่า(เชลซี)ต่างก็ได้รายงานกับเอฟเอในลักษณะเดียวกันมาแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการได้อย่างเด็ดขาด

คูลิบาลี่ เเนวรับอัตซูร่ายันไม่ย้ายตราบที่ยังไม่ได้ชูถ้วยกับเนเปิลส์

คูลิบาลี่

แม้ว่าปัจจุบันนาโปลีจะมีแต้มตามหลังจ่าฝูงยูเวนตุสอยู่ถึง6คะแนน ทว่าคาลิดู คูลิบาลี่แนวรับคนสำคัญของอัตซูร่าก็ยังเชื่อทีมของเค้าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะเบียดลุ้นแชมป์กัลโช่ได้ พร้อมกันนั้นปราการหลังผู้ที่เป็นชื่อเกี่ยวพันกับแมนยูฯมาตลอด2-3ปีหลังยังได้ถือโอกาสบอกปัดไปในตัวว่ายังไม่คิดย้ายทีมแน่นอนตราบเท่าที่ยังไม่สามารถคว้าแชมป์กับนาโปลีได้สำเร็จ

“ เราพลาดท่าให้กับยูเว่ไปก่อนในซีซั่นนี้ มันทำให้ช่องว่างระหว่างคะแนนของเราเยอะไปหน่อย แต่มันก็เป็นแรงกระตุ้นที่ดีสำหรับเรา กัลโช่ เซเรียอาเปี่ยมไปด้วยทีมคุณภาพหากคุณอยากเป็นแชมป์คุณต้องเจ๋งจริง นาโปลีเป็นทีมที่ผู้เล่นชั้นดี เรามีความแข็งแกร่ง และมีศักยภาพเพียงพอที่จะประสบความสำเร็จ นั่นทำให้เราไม่เคยยอมแพ้ เป้าหมายของเรามีเพียงหนึ่งเดียวคือการได้ฉลองแชมป์กับแฟนๆในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ไอข่าวที่ว่าผมจะย้ายไปอังกฤษนั่นผมชินชากับมันเสียแล้ว ผมให้ความเคารพต่อทุกทีม(เหมารวมว่าแมนยูฯด้วย) แต่เวลานี้ภารกิจผมยังไม่ลุล่วง จนกว่าเราจะได้แชมป์กัลโช่ เซเรียอาผมยังไม่คิดเรื่องย้ายไปไหนทั้งนั้น ” กองหลังชาวเซเนกัลกล่าวเสียงแข็ง

คูลิบาลี่ ขอแค่ได้ชูถ้วยเร้าเพื่อนใส่เต็มร้อยในศึกยูซีแอล

คาลิดู คูลิบาลี่ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกของนาโปลีตั้งแต่ปี2014 แม้ว่าจะเคยได้แชมป์ซุปเปอร์โคปาอีตาเรียมาแล้วหนึ่งสมัย(2014)แต่ทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสัมผัสถ้วยรางวัลอื่นๆในระดับเมเจอร์กับต้นสังกัดอีกเลย ทำให้เจ้าตัวออกมากระตุ้นเพื่อนร่วมทีมว่าควรต้องรวมใจกันคว้าแชมป์รายการใดก็ได้เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกอันนำไปสู่เป้าหมายใหญ่กว่าอย่างสคูเด็ตโต้

“ เรายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ในทุกรายการ นั่นทำให้นาโปลีต้องมีสมาธิมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในแชมเปี้ยนส์ลีก เราชิงความได้เปรียบจากลิเวอร์พูลมาแล้ว เราต้องเร่งทำคะแนนเพื่อการันตีการเข้ารอบ เราต้องต่อสู้ในทุกๆเกมให้เหมือนนัดชิงชนะเลิศ นั่นคือแนวคิดที่จะพาเราไปสู่การคว้าถ้วยรางวัลซักใบ แฟนบอลของเราต่างรอคอยความสำเร็จมาช้านาน เราติดค้างพวกเค้า ฉะนั้นนาโปลีควรได้แชมป์ซักรายการในซีซั่นนี้ พวกเราทุกๆคนต่างมุ่งหมายเช่นนั้น ” คาลิดู คูลิบาลี่ผู้ลงเล่นกับเดอะ เนเปิลส์ไปแล้วกว่า219กล่าวอย่างมุ่งมั่น